โครงการเสริมสร้างพัฒนาคนพิการ และไทยแลนด์ ๔.0

คนพิการหมายถึงคนที่มีความผิดปกติ หรือบกพร่องทางร่างกายทางสติปัญญา หรือทางจิตใจInternational Classification of Functioning, Disability and Health (ICF) ได้ให้ความหมายของความพิการ คือสิ่งที่ส่งผลให้บุคคลมีความบกพร่อง (Impairments) ข้อจำกัดในการทำกิจกรรม (Activity limitations) และข้อจำกัดในการมีส่วนร่วม (Participation restrictions) ดังนี้ความบกพร่อง (Impairment) หมายถึง การสูญเสียหรือความผิดปกติของโครงสร้างของร่างกายหรือการใช้งานของร่างกาย (รวมถึงการทำงานด้านจิตใจ) ที่สังเกตหรือเห็นได้ชัดดังนั้นความบกพร่องจะพิจารณาที่ “อวัยวะ” หรือ”ระบบการทำงาน” ของส่วนต่างๆของมนุษย์เช่นตาบอดหูหนวกเป็นใบ้อัมพาตออทิสติก เป็นต้น

ในการดำเนินชีวิตของคนพิการมีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนิน ชีวิตมากที่สุด. ปัญหาและอุปสรรคอันดับแรกคือ การช่วยเหลือตนเอง รองลงมาคือค่าใช้จ่าย เมื่อจำแนกตามประเภทความพิการพบว่าคนพิการควรต้องมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเพียงพอต่อความต้องการที่จำเป็น ทางเรามีโครงการที่จะพัฒนาและช่วยเหลือคนพิการโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ เช่น การสอนเต้นเพื่อออกกำลังกาย สร้างความบันเทิงหรือสอนวาดภาพระบายสีเพื่อพัฒนาสมองแก่คนพิการเป็นต้น. ซึ่งในปัจจุบันนี้มูลนิธิแห่งนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักเพราะไม่มีการ promote ทางเว็บไซต์หรือรูปแบบต่างๆ มีแต่การบอกปากต่อปากสำหรับคนที่มาทำให้เกิดการขาดแคนไม่ว่าจะเป็นเงินทุนสนับสนุนหรือผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาช่วยเหลือ โดยทางกลุ่มเราได้ตั้งงบประมาณการจัดทำโครงการนี้ไว้อยู่ที่ 2000 บาทสำหรับซื้ออุปกรณ์เพื่อแจกและทำกิจกรรมในครั้งนี้จากการสำรวจโครงการนี้แล้วพบว่าเป็นโครงการที่จำเป็นอย่างมากในการที่จะช่วยให้มูนิธินี้คงอยู่แต่มีข้อจำกัดอยู่ที่สามารถทำกิจกรรมกับคนพิการที่พอรู้เรื่องได้เท่านั้น ส่วนผู้พิการที่มีอาการหนักไม่สามารถทำร่วมกันได้ ทางเราเมื่อดำเนินโครงการนี้เสร็จก็มีการจัดโปรโมชั่นสถานที่แห่งนี้ว่ามีความต้องการอย่างไรทางเว็บไซต์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น Facebook Instagram เป็นต้น อุปกรณ์ที่เราได้นำมาร่วมโครงการได้แก่ดินสอสีไม้ ดินน้ำมัน เพลง กระดาษระบายสีเป็นต้น เมื่อผู้มีจิตศรัทธาอยากให้มูลนิธินี้ยังคงอยู่ตอพวกคุณสามารถมาทำกิจกรรมกับคนพิการได้ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินหรือสิ่งของก็ได้การสอนเพื่อเพิ่มพัฒนาการทางสมองก็สมควร จึงอยากจะให้โครงการนี้ดำเนินต่อๆไป

สาเหตุที่ทำให้เด็กปัญญาเลิศและเด็กมีความสามารถพิเศษยังไม่มีงานวิจัยหรือข้อสรุปใดยืนยันถึงสาเหตุของเด็กปัญญาเลิศและเด็กที่มีความสามารถพิเศษได้แน่ชัดแต่เชื่อว่าระดับสติปัญญาของมนุษย์นั้นสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้เช่นเดียวกับรูปร่างหน้าตาความสูงและลักษณะทางร่างกายด้านอื่นๆและองค์ประกอบด้านสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพทางสมองของมนุษย์เราดังมีผู้กล่าวไว้ดังนี้เด็กจะมีสติปัญญาเลิศหรือไม่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบใหญ่ๆ 2 ประการคือ (ชูชีพอ่อน-โคกสูง. 2527 : 54)1. พันธุกรรมจากการศึกษาของนักจิตวิทยาหลายท่านพบว่าความเก่งหรือความฉลาดของเด็กเป็นสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ2. สังคมวัฒนธรรมมีการศึกษาพบว่าเด็กปัญญาเลิศหรือเด็กที่มีความสามารถพิเศษส่วนใหญ่จะมาจากครอบครัวที่มีฐานะดีและมีการศึกษาดี

ในปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กพิการเป็นจำนวนมาก โดยแบ่งประเภทออกเป็น คนพิการทางการได้ยิน คนพิการทางการเคลื่อนไหว คนพิการทางจิต พฤติกรรมและคนพิการทางสติปัญญา ซึ่งยังมีคนพิการเหล่านั้นที่ยังไม่ได้รับการดูแลรักษารวมถึงประสบปัญหาความเดือดร้อนไม่สามารถดำรงชีวิตได้เท่าเทียมกับผู้อื่น อันเนื่องมาจากความพิการตั้งแต่กำเนิด จึงไม่สามารถดูแลตัวเองได้เหมือนกับเด็กปกติทั่วไป ซึ่งเป็นปัญหาของสังคมอย่างหนึ่ง ในสมาคมรวมปัญญาคนพิการ เป็นสถานที่ดูแลเด็กพิการที่มีปัญหาทางครอบครัว เช่น ครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่สามารถให้การเลี้ยงดูได้อย่างเหมาะสม บิดามารดาเจ็บป่วยเรื้อรัง เป็นโรคจิตฟั่นเฟือน ฯลฯ โดยการจัดทำโครงการขึ้นนั้นเพราะเล็งเห็นความสำคัญของการดูแลคนพิการที่มีปัญหาทางครอบครัว จึงมีการจัดโครงการเพื่อเข้าไปดูแลเด็กพิการ โดยการจัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อเพิ่มความบันเทิงและทำให้เด็กพิการมีการผ่อนคลายตนเอง รวมถึงการจัดกิจกรรมเสริมทักษะให้เด็กพิการมีสมาธิที่ดีขึ้นจากเดิม การสอนให้เด็กพิการสามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยการสอนน้องระบายสีการวาดภาพโดยนำจินตนาการออกมา การสอนน้องเต้นเพื่อให้น้องเกิดความผ่อนคลายและรู้สึกสนุกสนานกับกิจกรรม พาน้องออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายของน้องได้เกิดการยืดเส้นยืดสาย ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ถือเป็นการเสริมสร้างทักษะความสามารถเพื่อให้น้องได้ปฏิบัติในชีวิตประจำวันต่อไปได้และเป็นการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการจึงจำเป็นต้องมีการจัดทำโครงการ เสริมสร้างพัฒนาการสู่เด็กพิการทางสมองสมาคมรวมปัญญาคนพิการ ขึ้นมาเพื่อเป็นการได้เข้าไปช่วยเหลือเด็กพิการ รวมถึงเป็นสื่อกลางให้กับเด็กพิการที่สมาคมรวมปัญญาคนพิการ ซึ่งไม่มีคนรู้จักมากนัก เพื่อให้ผู้อื่นที่มีความสนใจอยากเข้ามาให้ความช่วยเหลือ เข้ามาช่วยเหลือเด็กพิการให้สามารถช่วยเหลือตนเองและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสมรวมถึงการทำให้สังคมเล็งเห็นความสำคัญของเด็กพิการ

ประเทศไทยแลนด์ 4.0 คืออะไร ประเทศไทย 4.0 เป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือ โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เข้ามาบริหารประเทศบนวิสัยทัศน์ที่ ว่า “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ที่มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ เพื่อปรับแก้ จัดระบบ ปรับทิศทาง และสร้างหนทางพัฒนาประเทศให้เจริญ สามารถรับมือกับโอกาสและภัยคุกคามแบบใหม่ ๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างเร็ว รุนแรงในศตวรรษที่ 21 ได้ (ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์)สร้างการเปลี่ยนแปลงประเทศหากย้อนหลังไปในอดีต ประเทศไทยเองก็มีการปรับโมเดลเศรษฐกิจอยู่หลายครั้ง เริ่มจาก “โมเดลประเทศไทย 1.0” ที่เน้นภาคการเกษตร ไปสู่ “โมเดลประเทศไทย 2.0” ที่เน้นอุตสาหกรรมเบา และก้าวสู่ “โมเดลประเทศไทย 3.0” ในปัจจุบันที่เน้นอุตสาหกรรมหนักอย่างไรก็ดี ภายใต้ “โมเดลประเทศไทย 3.0” นั้น นอกจากต้องเผชิญกับกับดักประเทศรายได้ปานกลางแล้ว เรายังต้องเผชิญกับ “กับดักความเหลื่อมล้ำของความมั่งคั่ง” และ “กับดักความไม่สมดุลในการพัฒนา” กับดักเหล่านี้เป็นประเด็นที่ท้าทายรัฐบาล ในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อก้าวข้าม “ประเทศไทย 3.0” ไปสู่ “ประเทศไทย 4.0”“ประเทศไทย 4.0” เป็นความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ “Value–Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” กล่าวคือ ในปัจจุบัน เรายังติดอยู่ในโมเดลเศรษฐกิจแบบ “ทำมาก ได้น้อย” เราต้องการปรับเปลี่ยนเป็น “ทำน้อย ได้มาก” นั่นหมายถึงการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อยใน 3 มิติสำคัญ คือ1. เปลี่ยนจากการผลิตสินค้า “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม” 2.เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม 3.เปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้า ไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น“ประเทศไทย 4.0” จึงเป็นการเปลี่ยนผ่านทั้งระบบใน 4 องค์ประกอบสำคัญ คือ1.เปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิม (Traditional Farming) ในปัจจุบัน ไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี (Smart Farming) โดยเกษตรกรต้องร่ำรวยขึ้น และเป็นเกษตรกรแบบเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneur) 2.เปลี่ยนจาก Traditional SMEs หรือ SMEs ที่มีอยู่ที่รัฐต้องให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ไปสู่การเป็น Smart Enterprises และ Startups ที่มีศักยภาพสูง3.เปลี่ยนจาก Traditional Services ซึ่งมีการสร้างมูลค่าค่อนข้างต่ำ ไปสู่ High Value Services 4.เปลี่ยนจากแรงงานทักษะต่ำไปสู่แรงงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะสูงขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมรมช.พาณิชย์ กล่าวว่า “ประเทศไทย 4.0” จึงเป็นการพัฒนา “เครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจชุดใหม่” (New Engines of Growth) ด้วยการแปลง “ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ” ของประเทศที่มีอยู่ 2 ด้าน คือ “ความหลากหลายเชิงชีวภาพ” และ “ความหลากหลายเชิงวัฒนธรรม” ให้เป็น “ความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน”โดยการเติมเต็มด้วยวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนา แล้วต่อยอดความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบเป็น “5 กลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย” ประกอบด้วย1.กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ (Food, Agriculture & Bio-Tech)2.กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Health, Wellness&Bio-Med)3.กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกลที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม (Smart Devices, Robotics & Mechatronics)4.กลุ่มดิจิตอล เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว (Digital, IoT, Artificial Intelligence & Embedded Technology)5.กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง (Creative, Culture & High Value Services)ทั้ง 5 กลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย จะเป็นแพลทฟอร์มในการสร้าง “New Startups” ต่างๆมากมาย อาทิ เทคโนโลยีการเกษตร (Agritech) เทคโนโลยีอาหาร (Foodtech) ในกลุ่มที่ 1เทคโนโลยีสุขภาพ (Healthtech) เทคโนโลยีการแพทย์ (Meditech) สปา ในกลุ่มที่ 2 เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotech) ในกลุ่มที่ 3เทคโนโลยีด้านการเงิน (Fintech) อุปกรณ์เชื่อมต่อออนไลน์โดยไม่ต้องใช้คน (IoT) เทคโนโลยีการศึกษา (Edtech) อี–มาร์เก็ตเพลส (E–Marketplace) อี–คอมเมิร์ซ (E–Commerce) ในกลุ่มที่ 4 เทคโนโลยีการออกแบบ (Designtech) ธุรกิจไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Business) เทคโนโลยีการท่องเที่ยว (Traveltech) การเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ (Service Enhancing) ในกลุ่มที่ 5 เป็นต้นใช้พลังประชารัฐเดินไปข้างหน้า“ประเทศไทย 4.0” จึงเป็นการถักทอเชื่อมโยงเทคโนโลยีหลักที่ต้นน้ำ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่อยู่กลางน้ำ และ Startups ต่างๆที่อยู่ปลายน้ำ โดยใช้พลัง “ประชารัฐ” ในการขับเคลื่อนผู้มีส่วนร่วมหลักจะประกอบด้วยภาคเอกชน ภาคการเงิน การธนาคาร มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยต่างๆ โดยเน้นตามความถนัดและจุดเด่นของแต่ละองค์กร และมีภาครัฐเป็นตัวสนับสนุนตัวอย่างเช่น ในกลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ จะมีภาคเอกชน คือ กลุ่มมิตรผล บริษัท ไทยยูเนี่ยนโฟรเซ่นโปรดักส์ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นแกนหลัก โดยมีภาคการเงิน คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสินสนับสนุนทางด้านการเงินมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัยในภูมิภาคต่างๆ เป็นแกนนำในการทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างประเทศ อาทิ มหาวิทยาลัย Wageningen ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยอันดับหนึ่งของเนเธอร์แลนด์ มหาวิทยาลัย Purdue, UC Davis และ Cornell ซึ่งจะมีภาครัฐคอยให้การสนับสนุน เช่น กระทรวงการคลัง และสำนักงานส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ซึ่งหนึ่งในโครงการที่กำลังผลักดันผ่านกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือ การจัดตั้งเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) เป็นต้นโดยทั้ง 5 กลุ่มเทคโนโลยีหลักและอุตสาหกรรมเป้าหมายใน “ประเทศไทย 4.0” เป็นส่วนหนึ่งของ “10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” (5 อุตสาหกรรมที่เป็น Extending S-Curve บวก 5 อุตสาหกรรมที่เป็น New S-Curve) ที่รัฐบาลได้ประกาศไปก่อนหน้านั้น กล่าวคือ ใน “10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” จะมีบางกลุ่มอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่ยังต้องพึ่งพิงการลงทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก อาทิ อุตสาหกรรมการบิน (Aviation)ส่วนใน 5 กลุ่มเทคโนโลยีหลักและอุตสาหกรรมเป้าหมายใน “ประเทศไทย 4.0” จะเป็นส่วนที่ประเทศไทยต้องการพัฒนาด้วยตนเองเป็นหลัก แล้วค่อยต่อยอดด้วยเครือข่ายความร่วมมือจากต่างประเทศ ซึ่งสอดรับกับ “บันได 3 ขั้น” ของ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ “การพึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง และรวมกันเป็นกลุ่มอย่างมีพลัง” นั่นเองตั้งเป้าสัมฤทธิ์ใน 3–5 ปีดร.สุวิทย์กล่าวว่า เป้าหมายของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ “ประเทศไทย 4.0” คือ การขับเคลื่อน 5 กลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า เป็นการเปลี่ยน “ปัญหาและความท้าทาย” ให้เป็น “ศักยภาพและโอกาส” ในการสร้างความมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืนให้กับประเทศอย่างเป็นรูปธรรมเช่น เปลี่ยนจากปัญหาการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ให้เป็น สังคมผู้สูงอายุที่มีพลัง (Active Aging) การพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ การยกระดับเมืองให้เป็น Smart Cityการเปลี่ยนสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ เช่น ข้าว ยางพารา น้ำตาล มันสำปะหลัง ให้กลายเป็นอาหารสุขภาพ (Functional Foods) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Nutraceutics) ที่มีมูลค่าสูง การเปลี่ยนการเกษตรแบบดั้งเดิม ให้เป็นการเกษตรแม่นยำสูง (Precision Farming) และพัฒนาระบบการบริหารจัดการและเทคโนโลยีน้ำ เป็นต้นกล่าวโดยสรุป กระบวนทัศน์ในการพัฒนาประเทศ ภายใต้ “ประเทศไทย 4.0” มี 3 ประเด็นที่สำคัญ1.เป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการขับเคลื่อนไปสู่การเป็นประเทศที่มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม2.เป็น “Reform in Action” ที่มีการผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปการวิจัยและการพัฒนา และการปฏิรูปการศึกษาไปพร้อมๆ กัน 3.เป็นการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด “ประชารัฐ” โดยเป็นประชารัฐที่ผนึกกำลังกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ การวิจัยพัฒนา และบุคลากรระดับโลก ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของการ “รู้จักเติม รู้จักพอ และรู้จักปัน”หากแนวคิด ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ก้าวเข้าสู่โมเดล “ประเทศไทย 4.0” ได้จริงตามที่ ดร.สุวิทย์ ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็น่าจะเป็นหนทางที่จะนำพาให้คนไทยได้หลุดพ้นจากความยากจน เพียงแต่สถานการณ์การเมืองจำเป็นจะต้องนิ่งต่อไปอีก 1–2 ปี เพื่อที่ประเทศไทยจะได้สามารถขับเคลื่อนไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาที่มีความร่ำรวยเสียที.

Credits:

Created with images by 7 july :-) - "gloomy sky"

Made with Adobe Slate

Make your words and images move.

Get Slate

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.