Banquet Management การจัดการงานจัดเลี้ยง

Basic Knowledge for Banquet Staff (ความรู้พื้นฐานสำหรับพนักงานบริการจัดเลี้ยง)

By Wiboonsak Pigul

บุคคลในงานบริการจัดเลี้ยง เรียกว่า พนักงานจัดเลี้ยง (banquet server) ในความหมายโดยรวมพนักงานบริการในทุกตำแหน่งที่จะนำความสำเร็จมาสู่องค์กร ต้องมีสิ่งสำคัญ 3 ประการ

1. บุคลิกภาพภายนอกที่ดี เช่น การแต่งหน้า การจัดแต่งทรงผม เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และการดูแลความสะอาดของร่างกายอยู่เสมอ

การแต่งกายที่เหมาะสม (ภาพจาก https://www.google.co.th/search?q=ชุด+พนักงาน+เสริฟ)

2. บุคลิกภาพภายในที่ดี หมายถึงลักษณะนิสัย วิธีคิด และวิธีการปรับตัวต่อสภาวะแวดล้อม รวมถึงวิธีการที่แสดงออก หรือพฤติกรรมที่แสดงต่อบุคคลอื่น ๆ

ยิ้มแย้มแจ่มใส (ภาพจาก http://topicstock.pantip.com/woman/topicsto)

3. มีความรู้ เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม และทักษะด้านการบริการ หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องมือที่ใช้ในงาน และวิธีการบริการที่สร้างความพึงพอใจให้กับผู้มาใช้บริการ

ความรู้และทักษะการบริการ (ภาพจาก https://www.google.co.th/search?q=ลูกค้า+ร้าน+อาหาร&tbm=isch&imgil)

งานบริการเป็นงานที่ต้องเผชิญกับความกดดัน เนื่องจากต้องทำงานภายใต้ความคาดหวังและความพึงพอใจ อันเป็นสภาวะความต้องการทางจิตวิทยา ที่มีความผกผัน เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งงานบริการนั้นมีระยะเวลาการทำงานยาวนาน วันหยุด เวลาพักผ่อนค่อนข้างน้อย ทำให้บุคคลที่จะทำงานบริการจึงต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตที่เข้มแข็ง มีความยืดหยุ่นสูง สามารถเรียนรู้และปรับตัวตามสิ่งแวดล้อมได้ดี พนักงานบริการจึงควรได้รับการและฝึกฝน เพื่อให้มีคุณลักษณะทางจิตที่เหมาะสม

การทำงานบริการด้านการจัดเลี้ยง สามารถแบ่งช่วงเวลาออกได้เป็น 3 ช่วง คือ ช่วงแรก เป็นการเตรียมการบริการ (preparing for service) เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการบริการจะเริ่มขึ้น มีเรื่องที่พนักงานต้องรู้อยู่ 3 เรื่อง คือ เรื่องรายการอาหาร (menu) กับโครงสร้างรายการอาหาร (structure of the menu) รวมถึงประเภทของเครื่องดื่ม (type of beverage) ที่นิยมดื่มกับอาหารแต่ละรายการ และการจัดโต๊ะอาหาร (table set up) ซึ่งจะช่วยให้การเสิร์ฟมีความสอดคล้องระหว่างรายการอาหาร ลำดับการเสิร์ฟ และการเลือกใช้ภาชนะที่เหมาะสม อีกทั้งทำให้พนักงานมีความมั่นใจในการให้บริการและสามารถแนะนำรายการอาหารต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้บริการได้อย่างถูกต้อง ส่วนในช่วงที่สอง เป็นการให้บริการ (serving) มีเรื่องที่พนักงานต้องรู้อีก 2 เรื่อง คือ รูปแบบและวิธีการเสิร์ฟ (forms method of service) และลำดับขั้นตอนการบริการ (service sequence) กับมารยาทในการบริการ (service manner) เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้บริการ ส่วนช่วงที่สาม เป็นการรายงานผลการทำงาน (reporting) ผลของระดับความพึงพอใจ สถิติและข้อมูลที่สำคัญ ๆ (ภาพจาก https://thaiservicebiz.blogspot.com/2013/10/service-mind-real-time-service-3.html)

สรุปว่าความรู้เบื้องต้นสำหรับพนักงานบริการจัดเลี้ยง เมื่อพิจารณาจาก 2 ใน 3 ของวงจรการทำงานของพนักงานบริการ มี 5 เรื่องควรรู้ ดังนี้

1. รายการอาหาร (the menu)

1. รายการอาหารตามสั่ง 2. รายการอาหารแบบชุด 3. รายการอาหารแบบชุดพิเศษ 4. รายการอาหารแนะนำประจำวัน

(ภาพจาก https://www.flickr.com/photos/shawnzlea/777993701/in/photostream/)

รายการอาหารแบบชุด (ภาพจาก https://www.flickr.com/photos/44925192@N00/3065742004)
รายการอาหารแนะนำประจำวัน (ภาพจาก https://www.flickr.com/photos/rhian/96207324/in/photostream/)

2. โครงสร้างรายการอาหาร (the structure of the menu) (1) รายการแรก หรือรายการเรียกน้ำย่อย (first course or hors d’oeuvre) (2) รายการซุป (soup or potage) (3) รายการอาหารไข่ (eggs) (4) รายการอาหารแป้ง หรือข้าว (farinaceous or pasta or risotto) (5) รายการอาหารจากปลา (fish or poisson) (6) รายการอาหารประเภทเนื้อรายการแรก (entrée) (7) รายการอาหารประเภทเนื้อชิ้นใหญ่ (remove or relevé) (8) รายการผัก (vegetables or entremets de légumes) (*) รายการเชอร์เบท (sherbet or sorbet) (9) รายการอาหารประเภทเนื้ออบย่างซอส (roast or rôt) (10) รายการสลัด (salads) (11) รายการอาหารหวาน (sweet or entremets) (12) รายการซาเวอรี่ (savory or savoury) (13) รายการเนยแข็ง (cheeses) (14) รายการหวานรายการสุดท้าย (desserts) (15) กาแฟ (coffee)

3. การจัดโต๊ะอาหาร (table setting)

Table Setting 1 (ภาพจาก https://www.flickr.com/photos/41894170049@N01/5162694401)
Table Setting 2 (ภาพจาก https://www.flickr.com/photos/49889671@N03/10538295175)
Table Setting 3 (ภาพจาก https://www.flickr.com/photos/76414364@N00/10979353916)

4. รูปแบบการบริการ (forms of service)

Theme Party Design (ภาพจาก https://pixabay.com/en/candle-table-dinner-food-588433/)

รูปแบบการบริการ คือ แบบหรือวิธีที่ใช้ในการอำนวยความสะดวก ด้านอาหารและเครื่องดื่มแก่ผู้รับประทาน เป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งคน เครื่องมือ สัญญาลักษณ์หลายสิ่งหลายอย่างร่วมกัน ทั้งเพื่อความสวยงาม และเพื่อให้ผู้รับประทานเข้าใจได้ว่า กำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตนบ้างหรือควรปฏิบัติตัวหรือเตรียมตัวอย่างไรก่อน ขณะ และหลังการเสิร์ฟ ดังนั้นรูปแบบการบริการจึงควรเป็นรูปแบบที่เรียนรู้กันได้และสื่อสารกันได้ เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างพนักงานผู้ให้บริการและผู้รับ รูปแบบการบริการยังต้องมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่องวัฒนธรรม วิถีชีวิต และมารยาทในการกินการดื่ม ของคนในแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย ซึ่งการจะกล่าวถึงเรื่องรูปแบบการบริการให้ครอบคุมจึงเป็นเรื่องที่ต้องอ้างอิง แยกแยะออกไปตามแต่ละวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชน ท้องถิ่น ประเทศอย่างหลากหลาย แต่หากจะกล่าวเฉพาะส่วนที่ได้รับการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย หรือเป็นแบบที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสากลแล้วนั้น ก็พอจะแบ่งแยกออกได้เป็นดังนี้ (พิสิทธิ์ ธงพุดซา, 2553)

4.1 รูปแบบการบริการที่โต๊ะ (sitdown service) เป็นรูปแบบที่ให้พนักงานผู้บริการเป็นบุคคลสำคัญในการดำเนินการบริการอาหารและเครื่องดื่มต่อผู้รับประทาน ที่โต๊ะอาหาร ตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุด เป็นรูปแบบที่ผู้รับประทานได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด แต่ในทางกลับกันก็ต้องใช้ผู้ให้บริการจำนวนมาก และส่วนใหญ่รูปแบบนี้มักมีขั้นตอนการบริการที่เป็นแบบแผนที่อ้างอิงกับวัฒนธรรมและมารยาททางสังคมมากกว่าแบบอื่นๆ ดังนั้นพนักงานผู้ให้บริการจึงจำเป็นที่จะต้องรู้ และเข้าใจถึงวิธีการและขั้นตอนต่างๆ อย่างแม่นยำ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด อันมีผลกระทบต่อการแสดงออกทางสังคมของผู้รับประทาน ซึ่งรูปแบบการบริการที่โต๊ะสามารถแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะการบริการ (style of service) ดังนี้

4.1.1 การบริการแบบอเมริกัน (American style) หลักในการเสิร์ฟมีอยู่ว่า ให้เข้าเสิร์ฟทางขวาของแขก ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม เสิร์ฟด้วยมือขวาเป็นหลัก การถอนจานอาหารและแก้วเครื่องดื่ม ก็ให้ถอนออกทางด้านขวาเช่นกัน ยกเว้นขนมปังและเนย ให้เสิร์ฟและถอนซ้าย ในลักษณะเดินทวนเข็มนาฬิกา ทั้งการเสิร์ฟและการถอน หมายความว่า เมื่อเสิร์ฟแขกท่านแรกเรียบร้อยแล้วให้เสิร์ฟท่านที่สองคือ ท่านที่นั่งด้านขวาของท่านแรก และเสิร์ฟคนที่นั่งด้านขวาของคนเดิมต่อไปเรื่อยๆ จนครบทั้งโต๊ะ ซึ่งเรียกการเสิร์ฟแบบนี้ว่า การเดินเสิร์ฟแบบทวนเข็มนาฬิกา การเสิร์ฟแบบอเมริกัน เป็นแบบการบริการที่นิยมมาก เพราะใช้เวลาและพนักงานน้อย

ลักษณะในการเสิร์ฟ คือ พนักงานบริการถือจานอาหารมาเสิร์ฟให้กับแขกที่โต๊ะ ส่วนจำนวนของจานที่จะถือมาเสิร์ฟขึ้นอยู่กับความชำนาญของพนักงาน ส่วนมากจะถือมาเสิร์ฟครั้งละ 3 จาน หรืออาจมากกว่านั้น เช่น 4 จานก็ได้ แต่หลักมีว่า มือขวาต้องถือเพียงจานใบเดียว (แต่ไม่เหมาะกับการถือมาเสิร์ฟเพียงจานเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเสิร์ฟแขกคนเดียวควรเสิร์ฟด้วยถาดจะดูสวยงามกว่า) การเสิร์ฟแบบนี้เหมาะกับลักษณะร้านอาหารในปัจจุบันซึ่งมีพื้นที่จำกัด หรือมีพื้นที่สำหรับการเสิร์ฟแคบ ทักษะการเสิร์ฟแบบนี้ เรียกอีกอย่าง ว่า “plate service” ในอดีตพนักงานจะเข้าเสิร์ฟทางด้านซ้ายของแขก และถอนจานออกทางขวา แต่ในปัจจุบันเปลี่ยนเป็นมาเข้าเสิร์ฟทางด้านขวาของแขก และถอนจานออกทางด้านขวา การเดินเสิร์ฟจะเดินทวนเข็มนาฬิกา เสิร์ฟสุภาพสตรีก่อนสุภาพบุรุษ

4.1.2 การบริการแบบอังกฤษ (English style) ตามประเพณีของอังกฤษ หัวหน้าครอบครัวเป็นผู้ตักอาหารแจกแก่ทุก ๆ คน ดังนั้น จึงเรียกวิธีการที่ตักอาหารเสิร์ฟแก่แขกว่า การบริการแบบอังกฤษ ต่อมามอบหน้าที่ให้คนรับใช้ (butler) เป็นผู้ตัก และนำไปเสิร์ฟให้ผู้ที่นั่งโต๊ะ วิธีนี้สะดวกเมื่อต้องการความรวดเร็ว หรือในงานเลี้ยง การเสิร์ฟแบบนี้ ต้องตั้งโต๊ะพักอาหาร (sideboard) หรือรถสำหรับเตรียมการเสิร์ฟ (trolley) ต่างหาก มีที่อุ่นสำหรับจานเนื้อเพื่อให้ร้อนอยู่เสมอ ผู้เสิร์ฟจะตักอาหาร และผักลงในจานให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วจึงนำจานนั้นไปเสิร์ฟ บางครั้งตักแต่เนื้อ ส่วนผัก มันฝรั่ง และซอส นำไปเสิร์ฟต่างหาก หลักในการเสิร์ฟคือ เข้าเสิร์ฟทางด้านซ้าย ถือจานเสิร์ฟอาหารด้วยมือซ้าย แล้วตักอาหารจากจานเสิร์ฟลงบนจานของแขก

ลักษณะการเสิร์ฟคือ พนักงานจะตักอาหารจากจานเสิร์ฟ (ถาดเงินหรือจานเปล) ลงที่จานของแขก ซึ่งจานเสิร์ฟจะต้องอยู่เหนือจานของแขกไม่ต่ำกว่า 5 เซนติเมตร พนักงานตักเสิร์ฟด้วยเครื่องมือ ที่เรียกว่า “service gear” ซึ่งก็คือ การใช้ช้อนส้อมเสิร์ฟนั่นเอง หรืออาจจะมีมีดเข้าร่วมด้วย (ส่วนมีดจะใช้มีดปลา “fish knives”) อาหารทุกรายการจะเสิร์ฟลักษณะนี้หมด ตั้งแต่ ขนมปัง ซุป สลัด อาหารหลัก ดังนั้นพนักงานจำเป็นจะต้องมีทักษะที่ดีในการใช้ “service gear” และเข้าเสิร์ฟทางด้านซ้าย ถอนจานออกทางด้านขวา การเดินเสิร์ฟจะเดินลักษณะทวนเข็มนาฬิกา เสิร์ฟสุภาพสตรีก่อนสุภาพบุรุษ การเสิร์ฟลักษณะนี้ถือว่า ค่อนข้างประณีต ใช้ทักษะ และเวลามาก เนื่องจากพนักงานต้องตักอาหารลงที่จานของแขก พนักงานบริการจึงต้องรู้วิธีการจัดอาหาร และผักลงจานอย่างถูกต้อง สวยงามด้วย เช่น ชิ้นเนื้อวางลงตอนกลางจานเยื้องมาด้านล่าง ส่วนมันฝรั่งจัดวางทางซ้าย และผักทางขวาของจานด้านบน ในกรณีการเสิร์ฟสลัด จะแบ่งลงในจานเล็ก ๆ ต่างหาก และวางส้อมหวานไปในจานด้วยทางด้านขวา เข้าเสิร์ฟซ้าย

4.1.3 การบริการแบบฝรั่งเศส (French style) เป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะเป็นที่ยอมรับกันว่า มีรสนิยมสูง และเป็นเยี่ยมในเรื่องการบริการ การเสิร์ฟอาหารแบบฝรั่งเศสนั้น มุ่งที่จะอำนวยความสะดวกและพยายามสร้างความพอใจแก่ผู้เป็นแขกมาก การเสิร์ฟตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป ต้องเตรียมโต๊ะพักอาหาร (sideboard) หรือรถสำหรับเตรียมการเสิร์ฟ “guéridon: รถเสิร์ฟ (trolley) ใช้สำหรับช่วยในการเสิร์ฟ คือ พนักงานจะเตรียมอาหาร ปรุงอาหารที่นี่ แล้วจึงนำเข้าเสิร์ฟ” ไว้ต่างหาก ก่อนเสิร์ฟ ผู้เสิร์ฟจะต้องทราบว่า ท่านใดจะต้องเสิร์ฟก่อน และหลัง ซึ่งโดยทั่วไปจะเริ่มที่สุภาพสตรี

หลักในการเสิร์ฟคือ เข้าเสิร์ฟทางด้านซ้าย ถือจานเสิร์ฟ ด้วยมือซ้าย โดยส่งจานเสิร์ฟให้แขกตักด้วยตนเอง ภายในจานเสิร์ฟ นอกจากอาหาร ยังต้องมีช้อนและส้อมสำหรับตักอาหารด้วย หากเป็นการเสิร์ฟที่ไม่เป็นทางการมากนัก เมื่อเสิร์ฟคนแรกเรียบร้อยแล้ว จะเสิร์ฟคนที่นั่งถัดไปทางด้านขวาของคนแรก วนไปทางขวาไปเรื่อย ๆ จนหมดโต๊ะ (ทวนเข็มนาฬิกา) ในกรณีงานเลี้ยง ที่เป็นทางการ (formal banquet) จะเสิร์ฟเรียงลำดับตามตำแหน่งทางสังคมของแขกผู้มาร่วมงาน หรือขึ้นอยู่กับเจ้าภาพในงาน

ลักษณะการเสิร์ฟคือ ถือเปลอาหารด้วยมือซ้ายซึ่งมีผ้าเช็ดมือผับรองไว้กันร้อน เข้าเสิร์ฟทางด้านซ้าย ก่อนนำเปลอาหารมาเสิร์ฟควรตรวจดูว่า ช้อนส้อมที่วางไว้ที่เปลนั้นวางถูกที่ สะดวกที่จะตักอาหารหรือไม่ หันช้อนส้อมเข้าหาผู้รับประทาน เมื่อตักแล้วหากวางช้อนส้อมไม่ถูกที่ ผู้เสิร์ฟต้องจัดให้เข้าที่ก่อนเสิร์ฟคนอื่น ๆ เมื่อเข้าเสิร์ฟพยายามถือเปลอาหารเข้าไปใกล้ ๆ กับจานอาหาร ให้ขอบเปลอยู่เหนือ และล้ำขอบจานเล็กน้อยเพื่อป้องกันมิให้ซอสหยดลงบนผ้าปูโต๊ะเมื่อตักอาหาร

4.1.4 การบริการแบบรัสเซียน (Russian style) เป็นการเสิร์ฟที่มีการโชว์อาหาร กล่าวคือ ต้องนำอาหารมาทั้งชิ้นใหญ่ ๆ หรือทั้งตัว เช่น ปลา หรือนก ออกมาให้ผู้รับประทานดูเสียก่อน แล้วจึงหั่น และตกแต่งให้งดงามเป็นพิเศษ แล้วตักแจกต่อทุก ๆ คน ผู้เสิร์ฟต้องมีทักษะในเชิงงานครัว เช่น การหั่น การแล่เนื้อ ให้ออกมาสวยงามน่ารับประทาน และลักษณะในการเสิร์ฟคือ ผู้ให้บริการนำอาหารมาแสดงให้แขกได้ชม ทางด้านขวา จากนั้นจึงนำอาหารกลับมาที่รถเตรียมการเสิร์ฟ (sideboard or trolley) เพื่อตัด และตกแต่งอาหาร เข้าเสิร์ฟ จะเข้าทางด้านขวา

4.2 รูปแบบบริการตนเอง (self service) เป็นรูปแบบการบริการที่เน้นให้ผู้มารับประทานได้เกิดความสะดวก และอาจจะทำให้ผู้มารับประทานรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าแบบบริการที่โต๊ะ พนักงานผู้ให้บริการอาจจะมีหน้าที่น้อยในการบริการที่โต๊ะ แต่ความยุ่งยากของรูปแบบนี้ คือ การวางแผน การจัดวางเครื่องดื่มต่าง ๆ ซึ่งอาจจะต้องคาดการณ์ ประเมินสถานการณ์เมื่อผู้รับประทานมาถึง จะสามารถเข้าใช้บริการได้อย่างสะดวก และ ไม่เกิดความสับสน ซึ่งจะมีลักษณะที่นิยมใช้อย่างสากลในปัจจุบัน อยู่ดังนี้

4.2.1 การบริการลักษณะคาเฟ่เทอเรีย (caferia service) เป็นลักษณะที่ผู้ให้บริการจัดเตรียมภาชนะอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่ม อย่างเป็นหมวดหมู่ ผู้ใช้บริการจะรับถาดและมาเลือกอาหารและเครื่องดื่มตามที่ต้องการด้วยตนเอง โดยมีพนักงานบริการเป็นผู้ตักให้ เมื่อรับประทานเรียบร้อยแล้วอาจจะต้องนำกลับไปส่งยังส่วนรับภาชนะเพื่อให้พนักงานล้างดำเนินการต่อ ในการบริการลักษณะนี้จะมีโต๊ะรับค่าชำระค่าอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งผู้รับบริการต้องเดินไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง ค่าอาหารและเครื่องดื่มจ่ายเป็นรายการ ๆ ไป การบริหารจัดการ และการจัดสัดส่วนบริเวณบริการรวมทั้งป้ายบอกต่าง ๆ ในคาเฟ่เทอเรียเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพื่อป้องกันความสับสนในการบริการ ซึ่งทั้งนี้จะต้องอาศัยการออกแบบ โดยประเมินจากพฤติกรรมของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ

4.2.2 การบริการแบบบุฟเฟต์ (buffet service) ลักษณะของการบริการนี้ เน้นให้บริการตนเอง โดยภาชนะอุปกรณ์ อาหารและเครื่องดื่มได้รับการจัดวาง ตกแต่งอย่างสวยงาม เตรียมสำหรับบริการ พนักงานจะอำนวยความสะดวกในการเสิร์ฟเครื่องดื่มบ้าง และเก็บภาชนะอุปกรณ์ที่ใช้แล้ว

เมื่อเปรียบเทียบจาก 2 ลักษณะนี้ พบว่า การวางแผนและการจัดผังตำแหน่งของจุดบริการอาหารและเครื่องดื่มมีความสำคัญมาก ซึ่งจะต้องได้รับการออกแบบมาอย่างดี เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวก โดยมีพนักงานบริการเป็นส่วนสนันสนุน หรือช่วยเหลือในการประชาสัมพันธ์ ให้เกิดความสะดวกยิ่งขึ้น ในประเด็นที่แตกต่างนั้น อยู่ในเรื่องการชำระค่าบริการ ค่าอาหาร เพราะถ้าเป็นการบริการแบบคาเฟ่เทอเรีย จะเสียค่าใช้จ่ายแยกไปตามรายการอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนแบบบุฟเฟต์ เป็นลักษณะเหมาจ่ายรวมทุกรายการ

5. ลำดับขั้นตอนและมารยาทการเสิร์ฟ (service sequence and service manner) เป็นส่วนของการให้รายละเอียดถึงขั้นตอนและวิธีการบริการ ในแต่ละรายการ อีกทั้งมารยาทของการต้อนรับที่เหมาะสม สำหรับพนักงานบริการในงานเลี้ยงอาหารแบบตะวันตกที่เสิร์ฟอาหารเป็นชุดรายการอาหาร (set menu) ตั้งแต่การมาถึงของแขก จนกระทั่งเสร็จสิ้นรายการสุดท้าย

ศิลปะการเสิร์ฟแบบฝรั่งเศส (ภาพจาก https://www.google.co.th/search?q=dining+etiquette+in+england&tbm=isch&imgi
Created By
WIBOONSAK PIGUL
Appreciate

Credits:

Created with images by Meditations - "affair anniversary attractive" • cbiusa - "wedding party candle" • shawnzrossi - "The menu" • David, Bergin, Emmett and Elliott - "Thanksgiving menu" • Rhian vK - "Le plat du jour, Locmalo" • andrewmalone - "Wedding table setting" • Didriks - "Table-Setting" • David P Hodgson - "Chinese table set for lunch" • LightStalker - "candle table dinner"

Made with Adobe Slate

Make your words and images move.

Get Slate

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.