Aviation aviation business

ความสวยงามและความเป็นอิสระในการเคลื่อนที่ไปได้ทุกทิศทางเหนือสิ่งกีดขวางของนก เป็นแรงจูงใจและเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้มนุษย์เราอยากบินได้อย่างนก แม้ว่าธรรมชาติจะไม่ได้สร้างให้มนุษย์เรามีปีกเหมือนนก แต่มนุษย์เราได้พยายามค้นหาวิธีการที่จะบินได้เฉกเช่นเดียวกับนก ดังจะเห็นได้จากประวัติศาสตร์การบิน ดังต่อไปนี้

Leonardo da Vinci's Ornithopter

ค.ศ.1452-1519 เลโอนาโด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ศึกษารายละเอียดการบินของนกและวาดรูปจำลองต่างๆ ไว้กว่า 100 ภาพ ซึ่งเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในยุคปัจจุบันมีต้นแบบมาจากแนวคิดของเขาเอง

One of The Montgolfier's Balloons

ค.ศ.1783 พี่น้องตระกูลมงต์โกลฟิเย (Joseph and Jacques Montgolfier) ได้คิดทำบอลลูนที่เบากว่าอากาศ โดยเติมสิ่งที่เบากว่าอากาศเพื่อให้เกิดแรงยกที่เบากว่าอากาศ มีหลายชนิดได้แก่ ไอน้ำ ก๊าซไฮโดรเจน ต่อจากนั้นได้มีการคิดค้นเครื่องกลที่เบากว่าอากาศ และผู้ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างยานที่เบากว่าอากาศ คือ เคาน์ แฟร์ดินานด์ ฟอน เชปปลิน (Count Ferdinand von Zeppelin)

One Version of a Glider

ค.ศ.1804 จอร์จ เคลีย์ (George Cayley) ศึกษาการบินของนก ได้ออกแบบเครื่องร่อนโดยใช้หลักการจากว่าวกระดาษ สามารถร่อนไปได้ไกลถึง 60 ฟุต ต่อมาได้สร้างเต็มรูปแบบและประสบความสำเร็จในการร่อนจากเนินโดยไม่มีคนบังคับ ในปี ค.ศ.1809 ได้ตีพิมพ์ผลงานเรื่องการเดินอากาศ ซึ่งอธิบายถึงปัญหาของการบินอยู่ที่การทำให้พื้นผิวรับน้ำหนักที่กำหนดได้ โดยใช้กำลังต้านกับแรงต้านของอากาศ

Langley's Aerodrome

ค.ศ.1891 แซมมวล แลงลีย์ (Samuel Langley) ได้ทำการทดลองเรื่องกฎการรับน้ำหนักของแพนอากาศ โดยใช้โต๊ะหมุนรอบๆ ตัวที่ปรับให้มุมชันขึ้นที่ละขั้นๆ ได้ และสร้างเครื่องบินจำลองปีกสองชั้น มีหาง และติดเรื่องยนต์ ต่อมาได้รับทุนให้สร้างเครื่องบิน 2 ปีกขนาดใหญ่ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ภายหลังจึงล้มเลิกไป

One of Lilienthal's Gliders

ค.ศ.1891 ออตโต ลิเลียนธาล (Otto Lilienthal) เป็นผู้สร้างเครื่องร่อนคนแรกของโลก เขาทำการบินร่อนมากกว่า 2,500 ครั้ง เครื่องร่อนของเขาใช้หลักแขวนตนเองไว้ที่กึ่งกลาง และใช้วิธีขยับตัวไปมาเพื่อถ่วงน้ำหนักให้เครื่องร่อนไปในทิศทางที่ต้องการ เขาเสียชีวิตเมื่ออายุ 48 ปี เนื่องจากเครื่องร่อนตกกระทบพื้น แต่การทดลองของเขาถือเป็นต้นแบบในการสร้างเครื่องบินรุ่นต่อๆ มา

The Wright Brother's Flyer

ค.ศ.1900 สองพี่น้องตระกูลไรต์ (Orville and Wilbur Wright) เริ่มทดลองด้วยเครื่องร่อน ซึ่งสร้างขึ้นโดยใช้ข้อมูลของออตโต ลิเลียนธาล แต่การทดลองบินในช่วงนั้นประสบความล้มเหลวโดยตลอด ต่อมาทั้งคู่ตัดสินใจสร้างปีกขึ้นมาโดยใช้ข้อมูลที่ตนเองได้ศึกษา และสร้างเครื่องร่อนที่มีความยาวของปีกถึง 32 ฟุต และกว้าง 5 ฟุต ถือเป็นยานลำแรกที่สามารถควบคุมการบินได้ทุกทิศทาง โดยได้ทำการทดลองบอนมากกว่า 800 เที่ยว ที่คิตตี ฮอว์ก (Kitty Hawk) และสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ จากนั้นในปี ค.ศ.1903 ทั้งสองได้ออกแบบยานใหม่ เป็นเครื่องบินสองเครื่องยนต์ ปีกสองชั้น โดยนำเครื่องยนต์กำลัง 12 แรงม้า มาติดไว้ที่กลางปีกสองชั้น ถือเป็นกำเนิดของ "The Kitty Hawk Flyer" และได้ทดลองบินเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ.1903 ณ มลรัฐแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ถือเป็นประวัติศาสตร์การบินครั้งสำคัญที่อากาศยานประเภทหนักกว่าอากาศบินได้สำเร็จ หลังจากนั้นเป็นต้นมา ได้มีการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องบินหลากหลายรูปแบบจนถึงปัจจุบัน

Credits:

Created with images by fred_fiii - "F3P_9485-20160903-Edit" • Clemens Vasters - "Mikoyan MiG-29 Fulcrum N29UB" • fred_fiii - "F3P_4564-20160824-Edit" • Clemens Vasters - "Mikoyan MiG-29 Fulcrum N29UB" • fred_fiii - "F3P_9485-20160903-Edit"

Made with Adobe Slate

Make your words and images move.

Get Slate

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.