โครงการ พี่สอนน้องสร้างอาชีพ ณ โรงเรียนบ้านหนองยาว จังหวัดสุพรรณบุรี

บทนำ

หลักการและเหตุผล

จากรายงานมูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนา พ.ศ.2556 คนไทยใช้กระดาษเฉลี่ยปีละ 3.9 ล้านตัน หรือ คนละประมาณ 60 กิโลกรัมต่อปี ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการต่อการใช้กระดาษของคนไทย จะต้องตัดต้นไม้ถึง 66.3 ล้านต้นต่อปี หรือเท่ากับว่าทุกๆ นาที ต้นไม้ 126 ต้นจะถูกโค่นลง กระดาษเก่า 1 ตัน สามารถทดแทนการตัดต้นไม้เพื่อมาทำเป็นกระดาษได้ถึง 15 ต้น หากคนไทยทุกคนใช้กระดาษอย่างประหยัด โดยการใช้กระดาษทั้ง 2 หน้า จะช่วยรักษาชีวิตต้นไม้ได้ถึง 1.3 ล้านต้น หากคนไทยทุกคนหันมาใช้ผ้าเช็ดหน้าแทนการใช้กระดาษทิชชู เพื่อจะช่วยรักษาชีวิตต้นไม้ได้ 3,315,000 ต้น

กระดาษมีส่วนสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของเราอย่างหลีกเลี่ยงไมได้ยิ่งมีความต้องการกระดาษมากขึ้นใด เราก็ต้องตัดต้นไม้หรือถากถางพื้นที่ป่า เพื่อปลูกต้นไม้โตเร็วสำหรับนำเยื่อไม้มาทำกระดาษมากขึ้นเท่านั้น หากแต่ทุกวันนี้คนไทยใช้กระดาษเฉลี่ยคนละ 60 กิโลกรัม ต่อปี และมีอัตราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยทั่วประเทศมีความต้องการกระดาษทุกชนิดรวมกันประมาณ 3.25 ล้านตันต่อปี ในขณะที่มีกำลังผลิต 4 ล้านตันต่อปีในกระบวนการผลิตกระดาษ 1 ตันต้องใช้ต้นไม้มากถึง 17 ต้น ใช้กระแสไฟฟ้ามากถึง 4,100 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ใช้น้ำถึง 31,500 ลิตร และปล่อยคลอรีนที่ใช้ในการฟอกกระดาษเป็นของเสียกว่า 7 กิโลกรัม นั่นหมายความว่า ในการสนองตอบความต้องการใช้กระดาษของคนไทยให้เพียงพอ เราต้องตัดต้นไม้ถึงปีละประมาณ 55 ล้านต้น

จากข้อมูลการใช้กระดาษของประเทศไทยในปัจจุบันมีการใช้กระดาษจำนวนมาก แต่ยังขาดการนำกระดาษไปแปรรูปให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา ที่มีการใช้กระดาษในการเรียน การสอน เป็นจำนวนมาก และยังขาดความรู้ คุณค่าของกระดาษที่แท้จริง ว่ากระดาษนั้นผลิตมาจากต้นไม้ มีกระบวนการผลิตที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ในการสร้างจิตสำนึกการใช้การดาษให้คนในสังคม จึงควรเริ่มต้นตั้งแต่เด็ก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดในการลดการใช้การดาษอย่างสิ้นเปลืองและ ลดภาวะโลกร้อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนต้องการความร่วมมือจากทุกคนในการร่วมแรงร่วมใจกัน สร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมและรักษาสิ่งแวดล้อมของเราให้อุดมสมบูรณ์ คงอยู่ ต่อไปในอนาคต

ดังนั้น คณะผู้จัดทำ จึงทำโครงการสอนน้องสร้างอาชีพขึ้น ในการนำกระดาษหน้าสองมาแปรรูปเป็นสมุดรีไซเคิล และดอกไม้กระดาษ โดยใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้รอบตัว สร้างเป็นสมุดไว้ใช้ในการศึกษาแก่นักเรียนทั้งยังสามารถนำสมุดที่ผลิตได้ออกมาจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้แก่นักเรียนที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาเล่นอีกด้วยวัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์

1.เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้ ตระหนัก รู้ถึงคุณค่าของการใช้กระดาษทั้งสองด้านให้คุ้มค่ามากที่สุด

2.เพื่อให้นักเรียนนำสิ่งของเหลือใช้ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันมาประดิษฐ์เป็นสินค้าเพื่อสร้างรายได้

3.เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการทำงานฝีมือ

4. เพื่อให้นักเรียนนำสิ่งของเหลือใช้ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันมาประดิษฐ์เป็นของใช้ให้เกิดประโยชน์สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในชีวิตประจำวัน

ค่าเป้าหมาย/ตัวชี้วัด

1. นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการสามารถทำสมุดรีไซเคิลได้สำเร็จตามเวลาที่กำหนด จำนวน 50 คน จากทั้งหมด 70 คน

2. นักเรียนสามารถจดจำวิธีขั้นตอนในการทำสมุดรีไซเคิล สามารถนำไปต่อยอดได้จำนวน 40 คน จากทั้งหมด 70 คน

3.นักเรียนให้ความสนใจมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมครบตามเวลาที่กำหนด จำนวน 80 เปอร์เซ็นต์ขึ้น ไป

ระยะเวลาการดำเนินโครงการ

ระยะเวลาเริ่มต้นการดำเนินโครงการตั้งแต่ 8 ตุลาคม 2559 ถึง 20 พฤศจิกายน 2559

สถานที่

ที่โรงเรียนบ้านหนองยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

งบประมาณ

1.ค่าอุปกรณ์

. กรรไกร 60 บาท

. กาวลาเทค 165 บาท

. กาวสองหน้า 95 บาท

. ตุ๊ดตู่ 40 บาท

. ลวด 60 บาท

. สีไม้/สีเทียน 407 บาท

. กบเหล้าดินสอ 75 บาท

. ดินสอ 260 บาท

. กระดาษสี 80 บาท

. มีดคัดเตอร์ 120 บาท

. เชือก 120 บาท

. ยางลบ 60 บาท

2. ค่าเดินทาง 1500 บาท

3.ค่าอาหารกลางวันของผู้รับผิดชอบโครงการ 300 บาท

รวม 3117 บาท

การควบคุมและการประเมินผล

ประเมินผลจากผลงานที่เกิดขึ้น และจากวิธีการสังเกตของผู้จัดทำโครงการ ตามแบบฟอร์มการสังเกตที่แนบ ในภาคผนวก

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.นักเรียนโรงเรียน บ้านหนองยาว จังหวัดสุพรรณบุรี สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพและสร้างรายได้ในอนาคตได้

2.ขยะในชุมชนลดลง

3.นักเรียนโรงเรียน บ้านหนองยาว จังหวัดสุพรรณบุรี รู้คุณค่าของ ของเหลือใช้ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ไปดัดแปลงให้เกิดประโยชน์

4.นักเรียนโรงเรียน บ้านหนองยาว จังหวัดสุพรรณบุรี สามารถนำความรู้งานฝีมือ ไปต่อยอดเป็นงานฝีมืออื่นๆได้ การดำเนินโครงการ

การดำเนินโครงการ

1.การวางแผนโครงการ

1.1มีการประชุมวางแผนการดำเนินงานเพื่อจัดทำกิจกรรมโครงการ

1.2 ชี้แจงรายละเอียดและข้องตกลงร่วมกันในสมาชิกกลุ่ม

1.3 การวางแผนกิจกรรมโครงการ ด้านงบประมาณและวัสดุที่จะนำไปปฏิบัติในโครงการ

1.4 การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของสมาชิกทั้งหมด

2.สำรวจพื้นที่

2.1การติดต่อสอบถามประสานงานกับโรงเรียนบ้านหนองยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

2.2ศึกษาปัญหาเพื่อหาแนวทางแก้ไข

3.เริ่มงาน

3.1 การออกแบบสมุดจากกระดาษรีไซเคิลกับประดิษฐ์ดอกไม้

3.2จัดซื้ออุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการประดิษฐ์สมุดรีไซเคิลกับดอกไม้ เช่น กรรไกร กาว สี ดินสอ

3.3ประดิษฐ์สมุดรีไซเคิลและดอกไม้รีไซเคิลเพื่อนำไปเป็นตัวอย่างในการสอนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งมอบส่วนหนึ่งให้กับโรงเรียนด้วย

4.ลงมือปฏิบัติ

4.เดินทางไปสอนการทำสมุดรีไซเคิลและทำดอกไม้รีไซเคิลที่โรงเรียนบ้านหนองยาว จังหวัดสุพรรณบุรี

4.2 เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการในการทำกิจกรรมร่วมกันที่โรงเรียนบ้านหนองยาว จังหวัดสุพรรณบุรี

4.3 ร่วมทำกิจกรรมกับน้องๆชั้นประถมศึกษา 3-4ในการสอนทำสมุดรีไซเคิล

-เริ่มสอนโดยการถามนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมว่า เคยประดิษฐ์ ของใช้จากวัสดุเหลือใช้หรือไม่ และรู้หรือไม่ว่าการนำของเหลือใช้มารีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประโยชน์อย่างไร เป็นการถามตอบแบบเล่นเกม แจกรางวัล ให้พี่-น้องทำความรู้จักกัน

ทำความรู้จักกันก่อนเริ่มโครงการ

- มีนักเรียนผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 70 คน จึงแบ่งเป็นกลุ่มกลุ่มละ 10 คน 7 กลุ่ม เพื่อง่ายต่อการสอน

แบ่งเป็นกลุ่ม พร้อมตั้งชื่อกลุ่มเป็นผลไม้อะไรก็ได้

- ให้แต่ละกลุ่มคิดชื่อกลุ่ม จำกัดไว้ว่าต้องเป็นชื่อผลไม้ และมีกติกาว่าสมุดที่ทำต้องมีส่วนประกอบของชื่อที่ตั้งด้วย

-ให้พี่แต่ละคนรับผิดชอบ แต่ละกลุ่ม เพื่อง่ายต่อการสอน โดยการให้ดูจากตัวอย่างทีทำไปและเริ่มทีละขั้นตอน โดยการให้นักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการ ศึกษาจากแผ่นพับ และวีดีโอที่เตรียมไป

พี่ๆรีบหน่อยน้องอยากทำจะแย่แล้ว

- เริ่มพร้อมๆกันในแต่ละขั้นตอน พี่ๆแจกอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ให้แต่ละกลุ่มเช่น สี ดินสอ กระดาษลัง กระดาษมือสองเป็นต้น

- นักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการแต่ละกลุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

นี่ไงค่ะผลงานของพวกหนู

- เมื่อแต่ละกลุ่มทำเสร็จก็มีสรุป โดยการถามคำถามที่ถามในตอนแรกอีกครั้ง ว่าการนำของเหลือใช้มารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ หรือนำกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประโยชน์อย่างไร นอกจากสมุดและดอกไม้ ยังสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง อีกทั้งยังสุ่มถามว่าโครงการที่ดำเนินไปนั้น น้องๆได้อะไรบ้าง ถามตอบแบบแจกรางวัล

- ถ่ายรูปร่วมกับพี่น้อง พร้อมกับผลงานที่ประสบความสำเร็จ

แผนการปฏิบัติงาน

ผลการดำเนินการ

จากการทำโครงการ พี่สอนน้องสร้างอาชีพ ณ โรงเรียนบ้านหนองยาว จังหวัดสุพรรณบุรี มีนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 70 คนเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 – 4 รูปแบบของโครงการเป็นการสอนนักเรียนทำสมุดจากกระดาษมือสองหรือกระดาษที่ใช้แล้วหนึ่งหน้า พร้อมกับนำมาประยุกต์กับเศษวัสดุเหลือใช้อื่นๆเช่นทำหน้าปกจากกระดาษลัง ทำการ์ตูนเพื่อตกแต่งจากถุงขนมเป็นต้น นอกจากนั้นยังมีการสอนให้ผู้เข้าร่วมโครงการรู้จักประโยชน์ของการนำของเหลือใช้มารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ หรือนำกลับมาใช้ใหม่ ให้เกิดคุณค่า และเพิ่มมูลค่าของสิ่งของเหลือใช้นั้นว่ามีประโยชน์อย่างไร ก่อนเริ่มกิจกรรมมีการซักถามผู้เข้าร่วมโครงการก่อนว่าเคยทำสมุดจากกระดาษมือสองแล้วหรือไม่ ปรากฏว่าผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 80 ยังไม่เคยทำ ทั้งยังมีการถามตอบ ในรูปแบบของการเล่นเกมด้วยคำถาม คือ ผู้เข้าร่วมโครงการคิดว่าของเหลือใช้คืออะไร และทราบหรือไม่ว่าการนำของเหลือใช้ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันมาทำให้เกิดประโยชน์นั้นช่วยโลกได้อย่างไร และเกิดประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมโครงการอย่างไร แรกๆก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน จึงมีการให้ความรู้เรื่องดังกล่าวและ สอนขั้นตอนการทำสมุดมือสอง โดยมีการให้ดูวีดีโอและอ่านแผ่นพับความรู้ และแบ่งเป็น 7 กลุ่มกลุ่มละ 10 คน

ร่วมด้วยช่วยกัน อย่างตั้งใจ

บทสรุปโครงการ

ผลปรากฏว่าผู้เข้าร่วมโครงการให้ความสนใจเป็นอย่างมากในการร่วมด้วยช่วยกันสร้างสมุดมือสอง ทำตามขั้นตอนได้อย่างถูกวิธี ทั้งช่วยกันตกแต่งได้อย่างสวยงาม และเห็นว่าสมุดสามารถใช้ได้จริง จึงมีการเล่มเกมในตอนท้ายเพื่อสรุปโครงการ และถามคำถามเดิมกับผู้เข้าร่วมโครงการโดยได้คำตอบว่า การนำของเหลือใช้มารีไซเคิลทำให้เราสามรถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และสามารถลดภาวะโลกร้อน ทั้งยังสามารถนำไปต่อยอดเป็นของใช้รีไซเคิลชิ้นอื่นๆและนำไปขายเพื่อสร้างรายได้ในอนาคตได้อีกด้วย จึงทำให้ผู้รับผิดชอบโครงการเห็นว่า โครงการดังกล่าวสำเร็จไปได้ในระดับดี

ปัญหาและข้อเสนอแนะของการทำโครงการ

ปัญหา อุปสรรค

1. ต้องทำในเวลาจำกัด เพราะต้องเดินทางแต่เช้า และกลับเย็น จึงทำให้อาจมีภาวะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และทำงานได้ไม่เต็มที่

2. สถานที่ทำโครงการอยู่ไกล ใช้เวลาเดินทางประมาน 3 ชั่วโมง

3. ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-4 เป็นวัยที่กำลังซุกซน ยากต่อการควบคุม

4. อุปกรณ์บางอย่างในการทำโครงการ ไม่เพียงพอต่อความต้องการในการใช้งาน เช่น ตุ๊ดตู่ กรรไกร เป็นต้น

ข้อเสนอแนะ

1.หากสถานที่ในการดำเนินโครงการมีระยะไกล ควรพักค้างคืน จะได้ทำกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ การเดินทางที่ไม่เร่งรีบ และไม่เหนื่อยล้าเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยต่อผู้ดำเนินโครงการ

2.ควรศึกษาข้อมูล จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ และมีวิธีการจัดการการใช้อุปกรณ์ในการทำโครงการล่วงหน้า เพื่อเพียงพอต่อความต้องการใช้

3.ในการทำโครงการทุกครั้งเราควรทำโครงการที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยยั่งยืนในที่นี้หมายถึง กิจกรรมที่ไปทำผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำไปต่อยอดได้ ไม่ใช่เป็นเพียงการบริจาคของ เพราะจะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการไม่รู้คุณค่าของสิ่งที่เราให้เพียงเพราะได้สิ่งนั้นมาฟรีๆ

4.ในการทำโครงการควรมีการวางแผนโครงการที่รอบคอบ รัดกุม และใช้ระยะเวลาในการวางแผนพอสมควร มีการหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องในโครงการอย่างชัดแจ้งก่อนเช่น สถานที่ในการทำโครงการ เป้าหมายของ วัตถุประสงค์ และประโยชน์ที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงก่อนทำโครงการเป็นต้น เพราะเป็นการป้องกันการเกิดข้อผิดพลาดที่ตามมาภายหลัง

คณะผู้จัดทำ

ขาดไปหนึ่งคนจะครบทีม

1.นางสาวภารตี อุปเท 560112010077

2.นางสาวทัศติการณ์ ผัดโน 560112010078

3.นางสาวนันทิรัตน์ สุทธิสนธ์ 560112010111

4.นายนฤเบศ ปาจรียพงษ์ 560112010127

5.นายสุทธิพงษ์ นนทชัย 560112010140

6.นางสาวสรัญญา บู้ช้วน 560112010145

7.นายจักรกฤษณ์ หมื่นขัติย์ 560112010148

กลุ่มเรียน 002

เสนอ อาจารย์ นิติพล ธาระรูป

วิชาการบริหารและประเมินโครงการ (PA302)

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559

คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

Made with Adobe Slate

Make your words and images move.

Get Slate

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.