การผจญภัยของกัปตันฟินลิป

ซึ่ม ซึ่ม เสียงน้ำทะเลสีฟ้าใสกระทบแนวหาดทรายละเอียดที่เป็นแนวยาว เกิดเป็นฟองคลื่นสีขาวยาวไกลสุดลูกหูลูกตา ชายร่างหนึ่งนอนคว่ำหน้า หมดสติอยู่ริมหาดทราย พร้อมกับบ่นพึมพำในลำคอเช่นคนละเมอว่า สละเรือ ทุกคนรีบสละเรือเร็ว แล้วเงียบเสียงไป ในเวลาถัดมาไม่นานเขาก็รู้สึกตัว เขาพยามตั้งสติและมองออกไปรอบกายของเขา ทั้งเบื้องซ้ายและเบื้องขวาของเขาคือหาดทรายที่เต็มไปด้วยเศษไม้และถังไม้ที่แตกหัก เบื้องหน้าของเขาคือป่าโปร่งและถัดจากป่าโปร่งเป็นภูเขาสูงตระหง่านลูกหนึ่ง และแน่นอนเบื้องหลังของเขาก็คือทะเลสีฟ้าใสไกลสุดขอบฟ้า

“ฉันอยู่ที่ไหน” ชายผู้ที่มีสติกลับคืนมาแล้ว พูดกับตัวเอง

เขาพยายามนึกถึงเรื่องเมื่อคืนว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เขากลับจำไม่ได้ เขาจึงสำรวจร่างกายของตนเพื่อดูว่าเขาบาดเจ็บตรงส่วนไหนหรือไม่ และเขาก็พบกับป้ายสีขาวสลักชื่อสีดำที่ติดอยู่กับเสื้อในระดับอกของเขา มันสลักว่า “กัปตันฟิลลิป” ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนอกจากรอยถลอกเล็กๆน้อย

“ใช่ ฉันคือกัปตันฟิลลิป” เขาพยุงตัวเองลุกขึ้นอย่างช้าๆแล้วเดินตามหาดทรายไปเรื่อยๆ จากสภาพที่เขาเห็นจึงทำให้เขารู้ว่าเมื่อคืนเกิดพายุลูกใหญ่ที่ทำให้เขาต้องสละเรือ เจ้าพายุลูกนี้รุนแรงพอที่จะทำให้เรือของกัปตันฟิลลิปแตกเป็นเสี่ยงๆได้ เมื่อเขามีสติมากพอเขาจึงรู้ว่าเขาควรขึ้นไปบนยอดเขาสูงตระหง่านลูกนั้น เพื่อจะสำรวจสภาพของเกาะแห่งนี้และวางแผนการเอาตัวรอดจากเกาะร้างแห่งนี้ต่อไป

เขาออกเดินไปเรื่อยๆ ตามรอยทางของสัตว์ป่า จนไปพบแหล่งน้ำจืดที่อยู่ภายในเกาะ

“ฉันโชคดีจริงๆเลย ที่พบแหล่งน้ำจืดที่นี้” กับตันฟิลลิปพูดกับตัวเอง

ถึงแม้ว่าเกาะแห่งนี้จะล้อมรอบไปด้วยน้ำทะเล แต่น้ำทะเลก็ไม่สามารถที่จะใช้ดื่มได้เลย เพราะมนุษย์เราไม่มีต่อมพิเศษที่ใช้ในการขับเกลือออกจากร่างกายเหมือนอย่างสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำทะเล หรืออยู่แถวแนวชายฝั่ง ถ้าเราดื่มน้ำทะเลเข้าไปมากเกิน ร่างกายจะไม่สามารถกำจัดเกลือที่เข้าสู่ร่างกายได้ทันเวลา และจะทำให้น้ำที่มีอยู่ในร่างกาย ถูกดึงออกมาเพื่อกำจัดเกลือในส่วนที่เหลืออยู่ ทำให้มนุษย์อย่างเราๆ เกิดสภาวะขาดน้ำ และไตก็จะทำงานอย่างหนัก แต่ก็สามารถแก้ได้ด้วยการดื่มน้ำจืดเข้าไปเยอะๆ เพราะฉะนั้นกัปตันฟิลลิปจึงดีใจที่ได้พบกับน้ำจืดที่อยู่ภายในเกาะ การหาแหล่งน้ำจืดนั้นควรทำเป็นอันดับแรกๆถ้าหากติดเกาะ เพราะมันสำคัญกว่าการหาอาหารมาก มนุษย์เราสามารถอดอาหารได้เป็นอาทิตย์แต่ถ้าเราขาดน้ำเพียงสามวันเราก็อาจจะตายได้เลยทีเดียว

หลังจากที่กัปตันฟิลดื่มน้ำและชำระร่างกายเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินทางสำรวจเก่าร้างแห่งนี้ต่อและแน่นอนเขาไม่ลืมที่จะทำเครื่องหมายบอกทางกลับมายังแหล่งน้ำจืดแห่งนี้ในภายหลัง ในระหว่างที่เขาเดินอยู่ริมหน้าผาทางที่จะนำเขาไปสู่ยอดเขา เสี้ยววินาทีที่ผีเสื้อกระพือปีก โลกทั้งใบเคลื่อนที่ช้าลงแทบจะหยุดหมุน ทันใดนั้นพื้นดินที่เขาเหยียบอยู่ก็ทรุดตัวลงกะทันหัน ทำให้กัปตันผู้เคราะห์ร้ายตกลงไปยังหน้าผาที่ลึกและชัน เสียงของเขาร้องด้วยความตกใจอย่างสุดขีด แต่ด้วยสติสัมปชัญญะที่ฉับไวของกัปตันทำให้เขาคว้าเถาวัลย์ที่เกาะอยู่ริมขอบหน้าผาได้ทัน และเช่นเคยในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่

อีกฝั่งหนึ่งของหน้าผามันคือถ้ำ เขาจับเถาวัลย์ไว้มั่นแล้วถีบตัวเองจากหน้าผาฝั่งที่เขาอยู่ไปยังถ้ำฝั่งตรงข้าม เมื่อตัวเขาเลยขอบหน้าผาและอยู่ในระดับพื้นหน้าปากถ้ำเขาจึงปล่อยมือออกและลงสู่พื้นในถ้ายืนอย่างมั่นคง หน้าปากถ้ำนั้นสะอาดราวกับว่ามีคนมากวาดไว้อย่างน่าอัศจรรย์ แสงอาทิตย์ในยามเที่ยงวันส่องจากอีกฝั่งหนึ่งของปลายถ้ำทำให้เห็นภายในได้ไม่ชัดเจนนัก เขาเดินเข้าไปในถ้ำช้าๆเพื่อจะออกไปยังอีกฝั่งที่อยู่ห่างออกไปราวห้าสิบเมตร เมื่อเขาเดินออกไปถึงอีกฝั่งเขาก็ได้พบกับทิวทัศน์ของท้องทะเลที่กว้างใหญ่ในมุมสูง มันเป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับการพักแรมในคืนนี้ เพราะปลอดภัยจากสัตว์ร้ายและใกล้แหล่งน้ำจืดแถมข้างล่างยังเป็นป่าผลไม้นานาชนิดที่จะทำให้เขาอิ่มท้องได้สำหรับวันนี้และในวันต่อๆไป เส้นทางจากปากถ้ำไปยังชายหาดไม่ไกลกันนักเพราะทางที่เขามาจากเมื่อเช้ามันเป็นทางอ้อม

ตกเย็นเขาได้ทำสัญลักษณ์ขอความช่วยเหลือ(SOS) ไว้ที่หาดทรายและหาปลาสำหรับเป็นอาหารเย็น เขาก่อไฟไว้เหนือสัญลักษณ์ขอความช่วยเหลือแล้วจึงกลับไปยังถ้ำแห่งเดิมเพื่อทำอาหารและพักผ่อน โดยใช้เส้นทางลัดต่างจากเมื่อเช้า กัปตันฟิลลิปใช้เวลาอยู่บนเกาะร้างแห่งนี้เป็นเวลาสองเดือนจนมีเรือมาพบเข้าและได้กลับไปยังแผ่นดินที่เขาจากมาอย่างปลอดภัย

สุดท้ายกับตันฟิลลิปบอกว่าสิ่งที่จำเป็นที่สุดหากติดเกาะร้างนั้นคือ “สติ” เราต้องตั้งสติเป็นอันดับแรก อันดับที่สองเราต้องหาแหล่งน้ำจืดและอาหาร ทำสัญลักษณ์ขอความช่วยเหลือ(SOS) แล้วหาอะไรทำเพื่อไม่ให้เครียด และท้ายสุด “อย่าหมดหวัง”

นิทานเรื่อง การผจญภัยของกัปตันฟิลลิป เหมาะสำหรับเด็กอายุ 8-9 ปี

เพื่อสร้างนิสัยให้เด็กรู้จักการรักการอ่าน

เป็นหนังสือแนวผจญภัย เรื่องราวมีความซับซ้อนมากขึ้นจากหนังสือสำหรับเด็กอายุ 4-7 ปี

พ่อแม่สามารถอ่านนิทานเรื่องยาวให้ลูกฟังเป็นตอน ๆ ติดต่อกันทุกวันได้ หรืออ่านร่วมกันกับลูก

เด็กก็จะรู้สึกสนุก และเฝ้ารอคอยฟังตอนต่อไป

เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา

CURRICULUM DEVELOPMENT

จัดทำโดย

นาย อันติมะ เฉื่อยอารมย์

รหัสนักศึกษา 57030488

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.