Report แบบรายงานการเก็บข้อมูลเรื่อง “ มุมมองของประชาชนที่มีต่อแนวทางการพัฒนาราชการไทย ”

จัดทำโดย

1. นางสาวเสาวลักษณ์ ช้างเกิด 590112010009 กลุ่ม 001

2. นางสาวเยาวลักษณ์ เดชดี 590112010010 กลุ่ม 001

3. นางสาวพลอยพรรณ จั่นจินดา 590112010032 กลุ่ม 001

4. นางสาววิภาวี แซ่เอี่ยว 590112010034 กลุ่ม 001

5. นางสาวสุปราณี มัทรา 590112010035 กลุ่ม 001

6. นางสาวพัชราภรณ์ สุทนต์ 590112010037 กลุ่ม 001

7. นางสาวสุพัตรา สมจิตต์ 590112010060 กลุ่ม 001

เสนอ

อาจารย์นิติพล ธาระรูป

ผลจากการสำรวจ " มุมมองของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครที่มีผลต่อแนวทางการพัฒนาราชการไทย " ของประชาชนโดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างใน 3 เขต จำนวน 36 คน ซึ่งแบ่งเป็น 1.) เขตจอมทอง 11 คน คิดเป็นร้อยละ 30.56 , 2.) เขตประเวศ 12 คน คิดเป็นร้อยละ 33.33 และ 3.) เขตบางเขน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 36.11 จากผลการสำรวจสามารถแสดงข้อมูลได้ดังนี้

ข้อมูลที่มีค่ามากที่สุดที่ประชาชนเลือกตอบและให้ความสนใจ 3 อันดับแรก คือ

  1. มีคนเลือกตอบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือในข้อที่ 14 ซึ่งประชาชนเห็นด้วยกับการส่งเสริมสร้างจิตสำนึกให้ข้าราชการตระหนักถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อม และสภาวะโลกร้อนที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต โดยจากการตอบสามารถคิดค่าเฉลี่ยออกมาได้ 4.42
  2. มีคนเลือกตอบมากที่สุดเป็นอันดับ 2 คือในข้อที่ 17 ซึ่งประชาชนเห็นด้วยกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยเพื่อให้ประชาชนรับการบริการจากภาครัฐได้ทุกที่ โดยจากการตอบสามารถคิดค่าเฉลี่ยออกมาได้ 4.36
  3. มีคนเลือกตอบมากที่สุดเป็นอันดับ 3 คือในข้อที่ 20 ซึ่งประชาชนเห็นด้วยกับการส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐมีการสร้าง ค่านิยม สร้างวัฒนธรรมองค์การให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐมีจิตใจที่เอื้อต่อการให้บริการที่ดีกับประชาชน และในข้อที่ 23 ซึ่งประชาชนเห็นด้วยกับการมีกลไกการช่วยเหลือเยียวยาเมื่อประชาชนได้รับความไม่เป็นธรรมจากความผิดพลาดของการดำเนินการของภาครัฐ โดยจากการตอบสามารถคิดค่าเฉลี่ยในข้อที่ 20 และ 23 ได้เท่ากันคือ 4.31

ซึ่งทั้ง 3 อันดับที่คนเลือกตอบมากที่สุดนั้น ข้อที่ 14 และข้อที่ 20 มีความสอดคล้องกันเพราะประชาชนเห็นด้วยกับการส่งเสริมให้ข้าราชการตระหนักถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อม และสภาวะโลกร้อนที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และมีการส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐมีการสร้างค่านิยม สร้างวัฒนธรรมองค์การให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐมีจิตใจที่เอื้อต่อการให้บริการที่ดีกับประชาชน

และข้อที่ 17 และ 23 ก็มีความสอดคล้องกันเพราะประชาชนเห็นด้วยกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้บริการประชาชน และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาแก้ไขกลไกการช่วยเหลือเยียวยาเมื่อประชาชนได้รับความไม่เป็นธรรมจากความผิดพลาดของการดำเนินการของภาครัฐด้วย

หน้าที่ 1
หน้าที่ 2
หน้าที่ 3
หน้าที่ 4
หน้าที่ 5
หน้าที่ 6
หน้าที่ 7

ตอบคำถามจากการเก็บข้อมูลเรื่อง “ มุมมองของประชาชนที่มีต่อแนวทางการพัฒนาราชการไทย ”

1.) ท่านคิดว่า ประชาชนคิดเห็นอย่างไรในแนวทางการบริหารราชการไทย

ตอบ คิดว่าประชาชนส่วนใหญ่มองแนวทางการบริหารราชการของไทยว่าไม่ค่อยทันสมัย มีระบบระเบียบที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ประชาชนจึงเสนอแนวคิดให้มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการบริหารงาน เพื่อบริการประชาชน เพราะถึงแม้ว่าระบบการทำงานจะมีระเบียบแต่ประชาชนที่มีความเร่งรีบ ก็มองว่าการทำงานของรัฐในการให้บริการประชาชนบางครั้งมีความล่าช้า ใช้เวลานาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐพูดจาไม่ค่อยสุภาพ

2.) แนวทางการบริหารราชการไทยในอนาคตควรเป็นอย่างไร และข้าราชการควรมีทักษะใดเพื่อรองรับกับทิศทางการพัฒนาระบบราชการในอนาคต

ตอบ แนวทางการบริหารราชการของไทยในอนาคต ควรจัดให้มีการพัฒนาทางด้านบุคลิกภาพของข้าราชการ ภาษา วัฒนาธรรม ค่านิยมในการให้บริการประชาชนให้มากขึ้น และควรจัดให้มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการทำงานเพื่อจะทำให้ระบบการบริหารงาน และการบริการประชาชนมีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นเหมาะสมกับยุคไทยแลนด์ 4.0 และอีกอย่างคือในตัวของข้าราชการควรมีทักษะที่สามารถแก้ไข และรับมือกับทุกปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ตลอดเวลา

3.) ขอให้ท่านนำขอบข่ายทางรัฐประศาสนศาสตร์ 1 ขอบข่ายมาวิเคราะห์ว่าขอบข่ายสามารถอธิบายการบริหารราชการไทยปัจจุบัน

ตอบ ขอบข่ายการรวมศูนย์และการกระจายอำนาจของ มิลาโควิช ซึ่งได้ให้ความหมายโดยย่อว่าคือ เป็นรูปแบบขององค์การที่เน้นการรวมอำนาจไว้ที่ตำแหน่งสูงสุดคือส่วนกลาง เน้นการกระจายความรับผิดชอบภายใต้คำบังคับบัญชาของผู้บริหารสูงสุด ซึ่งแนวคิดของมิลาโควิชนั้นสามารถนำมาอธิบายการบริหารราชการไทยในปัจจุบันได้ เนื่องจากการบริหารราชการไทยในปัจจุบันนั้นมีการดำเนินงานไปในทิศทางเดียว ซึ่งการทำงานจะต้องทำตามลำดับขั้นการบังคับบัญชาจากบนลงล่าง มีการตัดสินใจสูงสุดอยู่ที่ผู้บริหารสูงสุด และมีการกระจายอำนาจบางส่วนออกไปในลักษณะการมอบหมายอำนาจความรับผิดชอบให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับรองลงไปให้สามารถตัดสินใจเองได้ในบางเรื่อง

4.) การทำงานชิ้นนี้ทำให้ท่านได้เรียนรู้เงื่อนไขอะไร

ตอบ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานชิ้นนี้ทำให้รู้ว่าคณะรัฐประศาสนศาสตร์ไม่ได้มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้ศึกษาหาความรู้ในตำราและในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่คณะยังเน้นให้ความรู้นักศึกษาแบบปฏิบัติได้จริง โดยให้นักศึกษาออกไปเรียนรู้นอกสถานที่ ให้ลงในพื้นที่จริงได้ไปพบเจอกับคนภายนอกที่มีบุคลิกท่าทาง ความคิด ทัศนคติที่แตกต่างกันออกไปเพื่อที่จะได้เรียนรู้กับระบบการทำงานที่แท้จริง และได้รู้เกี่ยวกับความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบข้าราชการจากประชาชนว่าประชาชนมีความต้องการ และมีความรู้สึกต่อระบบราชการอย่างไร ทั้งนี้ยังทำให้สมาชิกภายในกลุ่มได้รู้จักทำงานร่วมกัน

ภาพรวมของการลงพื้นที่เก็บข้อมูลใน 3 เขต

เขตจอมทอง ( Khet Chom Thong )
เขตประเวศ ( Khet Prawet )
เขตบางเขน ( Khet Bang Khen )

แหล่งอ้างอิง

  • สำนักงานเขตจอมทอง
  • สำนักงานเขตประเวศ
  • สำนักงานเขตบางเขน

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.