แบบจำลองการสื่อสาร วิลเบอร์ แชรมม์

1. นักศึกษาสามารถอธิบายแบบจำลองการสื่อสารของแชรมม์ได้

2. นักศึกษาสามารถวิเคราะห์เหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันในมุมมองเชิงสังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยใช้แบบจำลองการสื่อสารของแชรมม์เป็นกรอบความคิดได้

เขาคิดออะไรบ้าง?

แบบจำลองแบบแรกของแชรมม์ เน้นการสื่อสารแบบเส้นตรง เหมือนกับนักคิดที่ผ่านๆ มา แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนว่ามีความแตกต่างและเป็นจุดเด่นของแบบจำลองนี้คือ การกล่าวถึง "การเข้ารหัส" และ "การถอดรหัส"

การเข้ารหัส คือการนำความคิดที่อยู่ในสมองของผู้ส่งสาร แปลงออกมาเป็นรหัสสาร โดยสามารถแปลงเป็นภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาท่าทาง รูปภาพ สัญลักษณ์ ฯลฯ ดังที่ได้เรียนเกี่ยวกับวัจนภาษาและอวัจนภาษาไปแล้ว

การถอดรหัสคือการที่ผู้รับสารแปลความหมายของรหัสสารจากผู้ส่งสารให้ตัวเองเข้าใจว่าสารที่ว่านั้นคืออะไร โดยผู้รับสารจะใช้การอ่าน การฟัง การมองเห็น ฯลฯ เพื่อรับสารดังกล่าว

จากตัวอย่าง เอเป็นผู้เข้ารหัส ใช้คำพูดเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษในการสื่อสารกับบี เมื่อบีได้ฟังก็เข้าใจในสิ่งที่เอพูด

แบบจำลองแบบที่ 2 ของแชรมม์ มีจุดเด่นที่ "สนามแห่งประสบการณ์" เป็นแบบจำลองที่มีการพูดเกี่ยวกับสิ่งนี้อย่างชัดเจน โดยให้เหตุผลว่า การที่คนเราจะพูดคุยกันรู้เรื่องย่อมต้องมีความเข้าใจในสิ่งเดียวกัน การณ์มีประสบการณ์ร่วมในเรื่องที่สื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญ

หากผู้พูดและผู้ฟังมีประสบการณ์ร่วมกัน การสนทนาจะราบรื่น และสามารถนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ในการสนทนาได้ง่ายกว่าคู่สนทนาที่ไม่มีประสบการณ์ร่วมกันเลย

ยกตัวอย่างในชีวิตประจำวัน หากเราพบเพื่อนใหม่เป็นครั้งแรก เราไม่มีประสบการณ์ร่วมกันกับเขาเลย การสนทนาก็จะเริ่มต้นด้วยความขัดเขิน เราจึงต้องคิดว่าจะชวนคุยเรื่องอะไร อาจจะหยิบยกเรื่องที่ใกล้ตัว ข่าวสารที่เขาน่าจะสนใจมาชวนคุย หรือคุยเรื่องพื้นๆ ที่ใครๆ ก็สามารถเข้าใจตรงกันได้ง่าย จะทำให้สามารถเริ่มต้นการสนทนาได้

จากตัวอย่างเดิมของแบบจำลองที่ 1 เมื่อเพิ่มตัวละครใหม่เข้ามาซึ่งไม่มีส่วนร่วมในเรื่องที่พูดคุยมาก่อนจะเห็นความแตกต่างของการไม่มีสนามแห่งประสบการณ์ร่วมกัน น้องมะลิเป็นเด็ก ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์ร่วมกับพี่ๆ ในระดับเรียนมหาวิทยาลัย จึงไม่เข้าใจว่าพี่ๆ พูดอะไร

แบบจำลองของแชรมม์แบบที่ 3 นี้ นับเป็นครั้งแรกที่มีการพูดถึง "การสื่อสารแบบวงกลม" ที่ผ่านมาจะพูดถึงกรสื่อสารแบบเป็นเส้นตรง แบบจำลองนี้จึงเป็นหนึ่งในการเปิดมิติใหม่ของแนวคิดด้านการสื่อสาร ที่ชี้ให้เห็นว่า ในการสื่อสารแต่ละครั้ง บุคคลไม่ได้เป็นเพียงผู้ส่งสารหรือผู้รับสารแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสาร จึงเกิดการโต้ตอบในกระบวนการสื่อสาร

ในการสื่อสาร เริ่มจากรูปซ้ายมือ เมื่อผู้ส่งสารเข้ารหัสสาร อาจจะเป็นการพูดการเขียน ส่งข้อความหรือสารไปยังผู้รับสาร ผู้รับสารก็ถอดรหัสสาร ตีความ แล้วเข้ารหัสเพื่อการส่งข้อความเนื้อหาสารตอบกลับไป จากผู้รับสารจึงกลายเป็นผู้ส่งสาร และผู้ส่งคนแรกกลายเป็นผู้รับสารไป เมื่อเขาถอดรหัสสาร ตีความสาร แล้วเข้ารหัสสารก็จะกลับมาเป็นผู้ส่งสาร วนเวียนอยู่อย่างนี้ในกระบวนการสื่อสาร

โดยสรุป

แบบจำลองการสื่อสารของแชรมม์ 1 เป็นแบบเส้นตรง เน้นการเข้ารหัสและการถอดรหัส

แบบจำลองการสื่อสารของแชรมม์ 2 เน้นเรื่องสนามแห่งประสบการณ์ ซึ่งผู้ส่งสารและผู้รับสารมีร่วมกัน

แบบจำลองการสื่อสารของแชรมม์ 3 เน้นการสื่อสารแบบวงกลม และพูดเรื่องการตีความสาร

เมื่อศึกษาเนื้อหานี้เสร็จแล้ว อ่านละเอียดอีกครั้งในไฟล์เอกสารคำสอนที่ได้จัดไว้ให้ก่อนหน้านี้อีกครั้งจะเข้าใจมากขึ้น จากนั้นทำแบบฝึกหัดส่งตามเวลาที่กำหนด

Made with Adobe Slate

Make your words and images move.

Get Slate

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.