คุณมองผมเป็นอย่างไรบ้าง จากรูปภาพนี้ อย่าตัดสินอะไรจากภายนอก อย่ามองด้านเดียว ทุกสิ่งอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด ถ้าคุณไม่ลองมาสัมผัส คุณจะไม่รู้จักสิ่งๆนั้น ได้อย่างแท้จริง

ผมไม่เคยเชื่อว่า การประสบความสำเร็จทางการศึกษา หรือ การเรียนรู้เพื่อการประกอบอาชีพในอนาคต จะขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม ที่เรียนหรือมหาวิทยาลัย แต่ผมเชื่อว่าเราจะค้นเจอเส้นทางของตัวเองหรือการประสบความสำเร็จนั้น มันขึ้นอยู่กับตัวเราเอง เพราะต่อให้คุณมีสิ่งแวดล้อมที่ดี แต่คุณทำตัวเองไม่ดี คุณก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ หรือส่งผลกับตัวเองในทางที่ดีเท่าที่ควรหรอก กลับกันถ้าคุณทำตัวเองดี ต่อให้สิ่งแวดล้อมรอบตัวคุณไม่ดี คุณจะหาทางฝ่าฟันอุปสรรค จนคุณประสบความสำเร็จและส่งผลดีต่อตัวของคุณ สถานศึกษา มหาวิทยาลัย ก็เหมือน สิ่งแวดล้อม ที่จะช่วยอำนวยความสะดวก หรือ สนับสนุน ด้านการเรียนรู้ได้ดีมากน้อยแค่ไหน ปล.อย่าตัดสิ่งใดๆเอง จากสิ่งที่เห็น หรือ การรับรู้ที่ไม่ครบทุกด้าน คุณควรลองสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วคุณจะรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นอย่างไร แล้วจึงตัดสินมัน
ถ้าคุณหาสิ่งที่ตัวเองถนัด หาตัวตนของตัวเองยังไม่เจอ. ผมมีคำแนะนำ คนหลายๆคน อาจจะหาตัวเองจากความชอบ ซึ่งจริงๆแล้วอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดของการหาตัวตน เช่น คุณชอบร้องเพลง แต่อยากเป็นนักร้อง แต่คุณดันร้องเพี้ยน มันก็ทำให้คุณไปทางที่คุณชอบได้ไม่ดีนัก แต่ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งๆนั้นเป็นไปไม่ได้ คุณสามารถฝึกได้ ไปเรียนได้ แต่ที่ผมกำลังจะบอก คือ คุณทำมันได้ดีหรือเปล่า เพราะถ้าคุณเริ่มหาตัวตนจากการที่ คุณสามารถทำมันได้ดี คุณจะรู้สึกโอเครกับมัน แล้วคุณจะรู้สึกชอบมันไปเอง พอคุณทำได้ดี แล้วคุณชอบ คุณจะมีความสุขกับมัน ความสุขในการที่คุณทำสิ่งนั้นๆที่คุณทำได้ดี มันจะหล่อเลี้ยงให้คุณทำสิ่งนั้นๆต่อไป ทำให้ได้ดีขึ้น เพราะมันจะเกิดความท้าทาย เราจะมีเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นเอง และถ้าสิ่งที่เราทำได้ดีนั้น เราทำแล้วเกิดประโยชน์ต่อหลายๆฝ่าย มันก็เริ่มมีการทำงาน สร้างประโยชน์ต่อผู้อื่น ก็จะเกิดรายได้ และมันก็จะกลายเป็นอาชีพ และนั่นคือตัวตนที่คุณตามหา แน่นอนว่าอาชีพที่เกิดจากการทำได้ดี ชอบ คุณจะเกิดการแสวงด้วยตัวเอง คุณจะสามารถที่จะฝ่าอุปสรรคเสาะแสวงหาวิธีการจัดการงานได้ด้วยตนเองได้ และพอชอบพอสนุกกับงาน ทำมันได้ดี คุณจะเกิดการอยากทำงานชิ้นต่อๆไป หรือ หิวงาน นั่นเอง คุณจะรู้สึกว่า งานแต่ละงานมันเวลาผ่านไปไว นี่แหละครับ หลักการหาตัวตน
และเบื้องหลังที่สำคัญ จุดสำคัญที่เป็นรากฐานของสังคม นั่นคือ ครอบครัว ครอบครัวเป็นเบื้องหลังในการสนับสนุนเราในหลายๆด้าน การศึกษา การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การอบรมสั่งสอนตัวเรา สังคมไทยเราถึงได้ให้ความสำคัญกับครอบครัว เพราะเป็นจุดที่เล็กที่สุด แต่เป็นรากฐาน และจุดที่สำคัญที่สุดในการอบรมและสร้างบุคลากรขึ้นมาพัฒนาประเทศ แน่นอนว่าแต่ละครอบครัวก็มีการสอนที่ไม่เหมือนกัน เชื่อไหมครับ ว่าผมแทบไม่เคยได้ยิน คำชมจากพ่อเลยสักคำ ผมน้อยใจมากนะ ที่ไม่ได้รับคำชมจากพ่อ แต่มีอยู่วันหนึ่งผมถามกับพ่อว่า พ่อเคยคิดจะชมผมบ้างไหม รู้มั้ยครับว่าพ่อพูดกับผมว่ายังไง พ่อพูดว่า คนที่จะมาชมเรามีอยู่มากมาย ใครๆก็ชมเราได้ แต่คนที่มาติหรือบอกกล่าวถึงข้อบกพร่องของเรานั้นมีน้อย เพราะบางทีการบอกกล่าวกับเราในบางครั้ง อาจทำให้เราโกรธได้ หรือการติชมจากคนอื่นในบ้างครั้งอาจเป็นการเสแสร้ง แต่การติชมหรือบอกกล่าวถึงข้อบกพร่องจากพ่อแม่นั้น เป็นการติชมที่จริงใจ และเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวข้ามข้อบกพร่องนั้นๆ
Created By
Chisanouponk Kheawchoom
Appreciate

Credits:

Chisanouponk  Kheawchoom

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.