สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเขต พระนคร/บางเเค/บางพลัดกรุงเทพมหานคร กลุ่ม7

อ้างอิง : 1. สำนักงานเขตบางเเค 2. สำนักงานเขตบางพลัด 3. สำนักงานเขตพระนคร

1. ท่านคิดว่า ประชาชนคิดเห็นอย่างไรในแนวทางการบริหารราชการไทย

การบริหารราชการ หรือ การบริหารงานภาครัฐ หมายถึง การใช้ทรัพยากรต่างๆที่มีอยู่ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การทำงานสามารถบรรลุตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้โดยอาศัยการจัดองค์การ การอำนวยการ และการสั่งการ เพื่อให้สามารถนำทรัพยากรมาใช้ในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย ความพยายามในการที่จะร่วมมือกันดำเนินงานในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ งานหรือกิจการต่างๆที่ภาครัฐพึงปฏิบัติทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับราชการและรัฐวิสาหกิจ

จากการที่ได้ไปสำรวจเขตพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย 3 เขต ได้แก่ เขตบางเเค เขตบางพลัด เเละ เขตพระนครทำให้ทราบถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการบริหารราชการไทยในปัจจุบัน เเละสามารถสังเกตุได้จากตารางเเบบประเมินผลข้างต้น โดยส่วนใหญ่เเล้วประชาชนทั้ง 3 เขตนี้มีความพอใจในเเนวทางการบริหารราชการไทยในปัจจุบันโดยการแปลผลออกมาส่วนใหญ่จะตอบปานกลางไปถึงพอใจมาก ตัวอย่างเช่น หัวข้อการบริการประชาชนมีการแปลผลออกมาที่มากทั้งสามเขตในทุกคำถาม ทั้งการเห็นด้วยกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้ประชาชนรับการบริการจากภาครัฐได้ทุกที่ เห็นด้วยในการบริการเเบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว เห็นด้วยในการส่งเสริมให้ภาครัฐมีเว็บกลางเพื่อเป็นความหลากหลายในการเข้าถึงภาครัฐ เห็นด้วยกับการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐมีการสร้างค่านิยม สร้างวัฒนธรรมให้ข้าราชการ เห็นด้วยกับการให้ส่วนข้าราชการมีการพัฒนามีระบบการจัดการข้อร้องเรียนเเละแก้ไขปัญหาของประชาชนเพื่อการบริการที่ดียิ่งขึ้น เเละสุดท้ายเห็นด้วยกับการบริการที่มีกลไกช่วยเหลือเยี่ยวยาเมื่อประชาชนได้รับความไม่เป็นธรรมจากภาครัฐอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นจากการที่ได้ไปสำรวจเขตพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่ เขตบางแค เขตบางพลัด และเขตพระนคร ซึ่งประชาชนก็ต่างมีความคิดเห็นแตกต่างกันไปมีทั้งพอใจมาก และระดับปานกลาง ดังนั้นแบบประเมินชุดนี้ก็เป็นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทำให้นักศึกษาที่ลงไปสำรวจพื้นที่ได้ทราบถึงความคิดเห็นต่างๆที่ประชาชนมีต่อระบบราชการไทยในปัจจุบัน

เเม่น้ำสายสำคัญของกรุงเทพมหานคร

''เจ้าหน้าฝ่ายปกครองเขตบางพลัด''

2. แนวทางการบริหารราชการไทยในอนาคตควรเป็นอย่างไร และข้าราชการควรมีทักษะใดเพื่อรองรับกับทิศทางการพัฒนาระบบราชการในอนาคต

แนวทางการบริหารราชการไทยในอนาคตควรเป็นอย่างไร นั้นการบริหารราชการไทยในอนาคตควรที่จะมีการปลูกฝังค่านิยมให้แก่ข้าราชการและพนักงานของรัฐในเรื่องของการมีจิตสำนึกในการรักการบริการประชาชนและปลูกฝังในเรื่องความมีระเบียบวินัยในการทำงานและการมีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆอย่างสม่ำเสมอและเคร่งครัดไม่ว่าข้าราชการและพนักงานของรัฐจะปฏิบัติงานในส่วนไหนๆของระบบราชการก็ตามและไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่าผู้ที่มาใช้บริการของภาครัฐจะเป็นบุคคลประเภทไหนก็ต้องได้รับการบริการที่ดีและเท่าเทียมกันทุกๆบุคคลในสังคม ข้าราชการและพนักงานราชการควรมีการให้คำแนะนำแก่ประชาชนที่มาใช้บริการในเรื่องต่างๆอย่างถูกต้องครบถ้วนด้วยนั้นเอง นอกจากนี้เรื่องของการปฏิบัติงานของข้าราชการและพนักงานราชการก็ดีส่วนที่จะขาดไปเสียไม่ได้ก็คือ ระบบการบริหารราชควรมีการปรับปรุงในเรื่องของการนำเทคโนโลยีต่างๆนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการเพื่อให้ทันแก่โลกในยุคปัจจุบัน และควรมีการปรับเปลี่ยนระเบียบข้อบังคับต่างๆให้ทันยุคทันสมัยและตามความสมเหตุสมผลในเรื่องต่างๆให้ทันแก่สภาพสังคมต่างๆของประเทศเพื่อให้การบริหารราชการนั้นมีความรวดเร็วถูกต้องและเพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่ดีที่สุดนั้นเองนอกจากนี้แล้วแนวทางการบริหารราชการไทยในอนาคตนั้นควรที่จะมีการทำการชี้วัดประสิทธิภาพประจำปีขององค์กรต่างๆของราชการไทยว่ามีการปฏิบัติราชการได้ดีและประชาชนที่มาเข้ารับบริการนั้นพึงพอใจต่อระบบการบริหารราชการไทยหรือไม่โดยการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและการประเมินคุณภาพจากประชาชนมิใช่จากหัวหน้าหน่วยงานต่างๆของหน่วยงานนั้นๆเอง เพื่อที่จะเป็นการกระตุ้นการทำงานของหน่วยงานของภาครัฐและเป็นการพัฒนาการบริหารราชการไทยในอนาคตนั้นเอง

ในส่วนของข้าราชการควรมีทักษะใดเพื่อรองรับกับทิศทางการพัฒนาระบบราชการในอนาคต ข้าราชการไทยควรมีทักษะในด้านต่อไปนี้คือ

1.การมีทักษะในเรื่องการใช้เทคโนโลยีต่างๆให้มีความชำนาญเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการปฏิบัติหน้าที่และเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการบริการประชาชน

2.การมีจิตสำนึกที่ดีในการปฏิบัติงานไม่ว่าจะเป็นความซื่อสัตย์ สุจริตและความซื่อตรงในการทำงานการปฎิบัติหน้าที่การงานขยันขันแข็ง

3.การมีทักษะในเรื่องของสภาพสังคมต่างๆในแต่ล่ะท้องถิ่นและภูมิภาคเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชนในแต่ล่ะภูมิภาคได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมนั้นเอง

3. ขอให้ท่านนำขอบข่ายทางรัฐประศาสนศาสตร์ 1 ขอบข่ายมาวิเคราะห์ว่าขอบข่ายสามารถอธิบายการบริหารราชการไทยปัจจุบัน ได้อย่างไร

รัฐประศาสนศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานสาธารณะ เเละมุ่งศึกษาการบริหารงานของภาครัฐเพียงอย่างเดียว ทำให้ขอบข่ายของรัฐประศาสนศาสตร์ก็คือการบริหารงานในส่วนที่เป็นภาครัฐเพียงอย่างเดียว เเละการบริหารงานภาครัฐจึงมีความจำเป็นที่ต้องนำองค์ความรู้ของศาสตร์อื่นๆมาใช้ เพราะศาสตร์ของการบริหารเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในสังคมได้ทั้งหมด

ขอบข่าย มีความหมายว่า ขอบเขตของงานหรือความรู้ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ดังนั้นขอบข่ายของรัฐประศาสนศาสตร์ ที่จะนำมาอธิบายการบริหารงานของราชการไทยในปัจจุบัน ได้แก่ ศาสตร์ของมานุษยวิทยา เพราะมานุษยวิทยาเป็นศาสตร์หนึ่งที่นักรัฐประศาสนศาสตร์ต้องรับผิดชอบเพราะต้องนำองค์ความรู้มาใช้ประกอบในการบริหารงานภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพเเละประสิทธิผล มานุษยวิทยาเป็นศาสตร์ที่มุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับสังคมมนุษย์ ทั้งความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม อุดมการณ์เป็นต้น ดังนั้นการบริหารงานภาครัฐที่นำองค์ความรู้ของมานุษยวิทยามาใช้เป็นการอธิบายถึงการบริหารงานของราชการไทยในปัจจุบันได้ว่า ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ข้าราชการในปัจจุบันที่ต้องมีการทำงานร่วมกันกับประชาชนหรือที่รัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญ เรียกว่ากลไกประชารัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องนำศาสตร์ของมานุษยวิทยามาใช้โดยมีความจำเป็นที่ต้องรู้บริบทของสังคมนั้นๆ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่ หากเจ้าหน้าที่ไม่มีนำศาสตร์นี้มาใช้อาจทำให้การดำเนินงานเกิดความไม่เข้าใจกัน ความขัดแย้ง และจะทำให้การบริหารเกิดความล่าช้า ดังนั้น ศาสตร์ของมานุษยวิทยาจึงเป็นศาสตร์หนึ่งที่ผมเลือกมาใช้ในอธิบายการบริหารงานของราชการไทยในปัจจุบัน

"เขตพระนคร ยามค่ำคืน กับสถานที่สำคัญภายในเขต''

4. การทำงานชิ้นนี้ทำให้ท่านได้เรียนรู้อะไร

การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในชุมชนในเขตนั้นๆ “การสำรวจโดยใช้แบบสอบถาม”เพื่อทำความเข้าใจและนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชน และรู้ถึงสิ่งที่ประชาชนคิดต่อปัญหาการบริหารงานของภาครัฐ ทั้งแบบแผนและบุคลากร การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจนี้ ผู้ใช้ทั้งภาครัฐ และภาคประชาชน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ดังนี้

ภาครัฐ ทราบการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อการวางแผน ติดตามนโยบาย และปรับปรุงการดำเนินงานของรัฐ ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้

ภาคประชาชน : ภาคประชาชนจะได้รับรู้และเข้าใจในข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆของรัฐอย่างกว้างขวางหรือไม่ รวมทั้งประชาชนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่างๆหรือไม่ และใช้สิทธิตามกฎหมายในการขอทราบข้อมูลข่าวสารของราชการได้ถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่

ดังนั้นการทำงานชิ้นนี้ทำให้ได้รับรู้ถึงความคิดเห็นต่างๆที่ประชาชนยุคปัจจุบันรู้สึกต่อระบบราชการไทยในยุคปัจจุบันว่าพวกเขาคิดเห็นเเละมีข้อเสนอเเนะอย่างไร อีกทั้งยังทำให้ทราบว่าการเข้าถึงเข้าใจประชาชนทุกคนเป็นเรื่องที่ยากเเละสำคัญมากเเละจะอำนวยความสะดวกหรือจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คงเป็นโจทย์ที่สำคัญที่ผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานภาครัฐต้องคำนึงถึงเสมอ

"สุดท้ายนี้ทุกความคิดเห็นของประชาชนมีความหมายต่อการพัฒนาระบบราชการต่อไป หากหน่วยงานของภาครัฐมีการจัดทำเเบบสอบถามให้ประชาชนเเสดงความคิด อยากให้ประชาชนทุกคนให้ความสำคัญในการทำเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนา'' ขอบคุณครับ

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.