ช่องทางการสื่อสาร ทุกยุคทุกสมัยการประชาสัมพันธ์เติบโตขึ้นโดยอาศัยช่องทางการสื่อสารเพื่อหาความสำเร็จ เมื่อเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้น จะพบว่าจะมีช่องทางการประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นด้วย

ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาการสื่อสารโดยใช้สื่อหรือช่องทางสามารถแบ่งได้หลายยุคหลายสมัย ซึ่งการแบ่งนั้นมีวิธีการแบ่งสื่อไว้หลายประเภทและหลายหลักเกณฑ์ เช่น

1. แบ่งตามวิวัฒนาการ สื่อชนิดนี้ได้แก่สื่อประเพณี (Traditional Media) และสื่อเฉพาะกิจ (Specialized Media)

2. แบ่งตามบทบาทหน้าที่ทางสังคม ได้แก่ สื่อข่าวสาร (Information Media) สื่อการศึกษา (Educational Media)

3. แบ่งตามประสาทที่ใช้ในการรับสาร ได้แก่ สื่อโสต (Audio Media) สื่อทัศน์ (Visual Media) สื่อโสตทัศน์ (Audio – Visual Media)

ช่องทางการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

สื่อที่เป็นช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพนั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. การสื่อสารด้วยทางวาจาและด้วยลายลักษณ์อักษร (Oral and Written Communication)

ปัจจัยหลายๆ ประการของผู้ส่งสารก่อนการจะเลือกสื่อสาร ควรพิจารณาดังนี้

1.1. ความยากของสารที่มีต่อผู้รับสาร

1.2. ทักษะทางภาษาของผู้รับสาร

1.3. ประเภทของผู้รับสาร

1.4. งบประมาณที่ผู้ส่งสารมีอยู่

1.5. ความน่าเชื่อถือของผู้ส่งสาร

2. การสื่อสารระหว่างบุคคลและการสื่อสารมวลชน (Interpersonal Communication and Mass Communication)

การสื่อสารระหว่างบุคคลและการสื่อสารมวลชนมีลักษณะและความแตกต่างกันดังนี้

2.1. การสื่อสารระหว่างบุคคลจะมีแนวทางการสื่อสารแบบสองทาง ในขณะที่ต้องสื่อสารมวลชนจะเป็นการสื่อสารทางเดียวเป็นส่วนมาก

2.2. สถานการณ์ของผู้ส่งสารที่มีต่อผู้รับสารนั้น เมื่อสื่อสารระหว่างบุคคลจะเป็นการสื่อสารแบบเผชิญหน้า ซึ่งต่างจากสื่อมวลชนที่ผ่านเครื่องมือการสื่อสารเป็นการสื่อสารแบบไม่เห็นหน้าค่าตา

2.3. การสื่อสารระหว่างบุคคลจะมีปฏิสัมพันธ์กันมากระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร ซึ่งตรงข้ามกับการสื่อสารมวลชนที่มีผลลัพธ์ของปฏิสัมพันธ์ต่ำ

2.4. การสื่อสารระหว่างบุคคลมีโอกาสที่จะโน้มน้าวใจสำเร็จสูง กว่าการสื่อสารมวลชน

2.5. ความเร็วในการแพร่กระจายข่าวสารและการเข้าถึงผู้รับสารนั้นสื่อมวลชนทำได้ดีกว่ามาก ในขณะที่การสื่อสารระหว่างบุคคลเป็นไปได้ช้าและยากมาก

2.6. ผลลัพธ์ที่ได้จากการสื่อสารทั้ง 2 รูปแบบนั้น จะให้ผลต่างกัน คือ การสื่อสารระหว่างบุคคลสามารถสร้างหรือเปลี่ยนทัศนคติของผู้รับสาร ดีกว่าการสื่อสารมวลชนแต่สื่อมวลชนมีพลังในการเปลี่ยนแปลงความรู้ได้มากกว่าการสื่อสารระหว่างบุคคล

ช่องทางการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการสื่อสารโดยการประชาสัมพันธ์นั้น ผู้ส่งสารจำเป็นที่จะต้องใช้สื่อระหว่างบุคคลและสื่อมวลชนควบคู่กันไปพร้อมๆ กันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึง ชนิดของสาร เนื้อหาสาร ผู้รับสาร และเป้าหมายในการสื่อสาร

ก่อนที่ผู้ส่งสารจะเลือกใช้การสื่อสารแบบเห็นหน้ากัน เพื่อโน้มน้าวใจให้ผู้ฟังเชื่อ ควรคำนึงถึงแนวทางดังนี้ ซึ่งอาจเลือกใช้สื่ออื่นที่ดีกว่าการติดต่อตัวต่อตัวซึ่งช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงิน

1. ผู้ส่งสารต้องการติดตามผลลัพธ์ในภายหลังมากแค่ไหน (การใช้สื่อมวลชนสร้างความสนใจได้ดี แต่ติดตามยาก)

2. ผู้ส่งสารต้องการความผูกพันกับผู้รับสารมากเท่าไร (การจะรักษาทัศนคติให้คงที่ต้องอาศัยสื่อที่คงที่)

3. ทัศนคติที่ไม่ฝังแน่นเปลี่ยนแปลงง่าย แต่ทัศนคติฝังแน่นต้องใช้การสื่อสารแบบเผชิญหน้า

L = ประสิทธิภาพต่ำ M = ประสิทธิภาพปานกลาง H = ประสิทธิภาพสูง
ถ้าอ่านจากตารางนี้จะเห็นได้ว่า ในบรรทัดแรก เมื่อใช้สื่อการประชุมท้องถิ่น สำหรับการพัฒนาทัศนคติจะมีประสิทธิภาพสูง แต่เมื่อนำสื่อการประชุมท้องถิ่นมาใช้สำหรับการแก้ปัญหา และ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ของชาวบ้านจะได้ประสิทธิภาพความสำเร็จปานกลาง แต่ถ้านำมาใช้ในด้านที่เหลือในตารางจะมีประสิทธิภาพต่ำ

สื่อประเภทมวลชนที่ใช้ในการโน้มน้าวใจ

1. โทรทัศน์

โทรทัศน์มีข้อดีที่โดดเด่น คือ สามารถสร้างแรงจูงใจ โน้มน้าวใจง่าย เพราะมีทั้งภาพและเสียงที่พร้อมสามารถเข้าถึงผู้รับได้มากและรวดเร็ว
ข้อเสียของโทรทัศน์ คือ เสียค่าใช้จ่ายมาก มีขั้นตอนการผลิตที่นานและซับซ้อน ต้องอาศัยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ และ ที่สำคัญในยุคปัจจุบันโทรทัศน์ หรือ ทีวีดิจิตอล มีบทบาทน้อยลงกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ ที่เติบโตขึ้น เนื่องจากอิทธิพลของ Social Media และ แอพพลิเคชั่นให้ความบันเทิงต่างๆ ก็เกิดขึ้นมาก

2. วิทยุ

วิทยุ อดีตเป็นสื่อที่มีบทบาทในการสื่อสารและมีอิทธิพลต่อประชาชนมาก เพราะมีความสะดวกในการพกพาเครื่องรับ ง่ายต่อการรับข่าวสาร ถึงผู้รับสารได้รวดเร็วและกว้างไกล ที่สำคัญมีค่าใช้จ่ายน้อยมากเมื่อเทียบกับโทรทัศน์
ข้อเสียของวิทยุ เป็นสื่อยุคเก่าที่กำลังปิดตัวลงเนื่องจากช่องทางการสื่อสารของวิทยุกำลังถูกแทนที่ด้วย Youtube ในกลุ่มของคน Generation ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ในพื้นที่บางแห่งวิทยุก็ยังคงมีอิทธิพลอยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้นการจะใช้ช่องทางของวิทยุนักประชาสัมพันธ์ต้องคำนึงถึง เนื้อหาที่ผ่านช่องทางเสียงนี้ จะมีความคงทนหรือให้ความเข้าใจในเรื่องที่ซับซ้อนได้ยาก

3. หนังสือพิมพ์

หนังสือพิมพ์มีข้อดี คือ ข้อความมีความคงทนถาวรที่ผู้รับสารสามารถกลับมาทบทวนได้ตลอดเวลา มีน้ำหนักเบาติดตัวไปโดยง่าย
ข้อเสียของหนังสือพิมพ์ คือ ความไม่สนใจและความไม่ทันสมัยของรูปแบบการสื่อสาร เป็นสื่ออีกชนิดหนึ่งที่กำลังจะหมดความนิยมในวงกว้าง หนังสือพิมพ์จะคงเหลือเฉพาะฉบับใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากกว่า แต่หากเลือกใช้กับกลุ่มเป้าหมายสิ่งที่ต้องคำนึง ได้แก่ การรับรู้ของผู้ส่งสารเองในทักษะการอ่าน และ การส่งหนังสือพิมพ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ห่างไกลก็เป็นเรื่องยาก

4. นิตยสาร

นิตยสาร เป็นช่องทางการสื่อสารด้วยการอ่านเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย น้อยนักที่จะมีนิตยสารที่มีกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทั้งหมด หากเลือกใช้ ข้อดีที่เหมาะสม ได้แก่ เมื่อต้องการเฉพาะเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย และสร้างความน่าสนใจด้วยสีสันสวยงาม ข้อความคงทนถาวร

ส่วนข้อเสีย หรือ จุดด้อยของนิตยสาร คือ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ช้า และข้อมูลบางอย่างอาจล้าสมัยหรือตกยุคได้

ซึ่งการเลือกใช้สื่อต่างๆ นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับลักษณะของการโน้มน้าวใจ และงานประชาสัมพันธ์ด้วย

13. Social Media

สื่อ Social Media หรือ สื่อสังคมออนไลน์ ในโลกยุค Digital เข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งยวดในชีวิตประจำวันของประชากรเกือบทั้งหมดในสังคมหรือโลกใบนี้ โดยไม่แบ่งอาชีพและชนชั้นดังสื่ออื่นๆ เหมือนแต่ละยุคที่ผ่านมา คนที่โซเชี่ยลมีเดียเข้าไม่ถึงก็คงมีเพียงผู้ที่ห่างไกลจากการสื่อสารเท่านั้น

ดังที่กล่าวข้างต้น การประชาสัมพันธ์มีการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือและช่องทางการสื่อสารทุกครั้งเมื่อเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นในโลก ดังนั้น ในปัจจุบันเครื่องมือและช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ และนอกจากนั้นอาจต้องเป็นช่องทางที่ให้ความสัมพันธ์ที่สุดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้าน การเข้าถึงและครอบคลุมความสนใจของผู้รับสาร ค่าใช้จ่ายที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับโทรทัศน์ และสื่ออื่นๆ

นอกจากนี้ Social media สามารถทำให้ผู้สื่อสารหากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ง่าย เพราะในสื่อสังคมยุคใหม่นี้ มีกลุ่มประชากรที่มีความคล้ายคลึงกันมาอยู่รวมกันจำนวนมากอยู่แล้ว
โดยสรุป ในเรื่องช่องทางการสื่อสารนี้ นักสื่อสารโน้มน้าวใจ หรือนักประชาสัมพันธ์ควรต้องเรียนรู้ช่องการสื่อสารต่างๆ ที่หลากหลายเพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงประชากรเป้าหมายให้ได้มากที่สุด เพื่ออยู่ในเทรนการสื่อสารเดียวกับประชากรในยุคใหม่ เพื่อให้เกิดการยอมรับสารที่ง่ายและเข้าใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

--End--

Created By
natthasith Siripunyathanakij
Appreciate

Made with Adobe Slate

Make your words and images move.

Get Slate

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.