แต่งสวนให้สวย แต่งใจให้งาม ปิยเมธี

“อปฺปมตฺโต อยํ คนฺโธ ยฺวายํ ตครจนฺทนี

โย จ สีลวตํ คนฺโธ วาติ เทเวสุ อุตฺตโมติ.

กลิ่นนี้ คือ กลิ่นกฤษณาและกลิ่นจันทน์ เป็นกลิ่นเพียงเล็กน้อย ส่วนกลิ่นของผู้มีศีลทั้งหลาย เป็นกลิ่นสูงสุด ย่อมหอมฟุ้งไปในเหล่าเทพเจ้าและเหล่ามนุษย์.”

เมื่อต้นปีนี้ ข้าพเจ้าต้องเดินทางกลับเมืองไทย เพื่อไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพของหลวงพ่อที่เคารพนับถือและถือโอกาสเยี่ยมพ่อแม่ญาติพี่น้องด้วย หลังจากเสร็จงานศพแล้ว มีโอกาสไปเยี่ยมพระเพื่อนที่วัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด ซึ่งเป็นวัดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อลงจากรถแท็กซี่เดินเข้าไปภายในวัดซึ่งเต็มไปด้วยหมู่กุฏิ อาคาร ซึ่งส่วนมากล้วนสร้างด้วยปูนซีเมนต์ พระมหาสัญชัย ชยสิทฺธิโกและข้าพเจ้าเดินหากุฏิที่พักของเพื่อน เผอิญเจอศิษย์วัดคนหนึ่งพาไป พอย่างเท้าเข้าสู่ภายในกำแพงกุฏิของท่านก็เสมือนอยู่คนละโลก เมื่อตะกี้เรายืนอยู่ในเมืองหลวง แต่ก้าวอีกไม่กี่ก้าวเหมือนเราอยู่ในป่าอันร่มรื่น

ท่านพระมหาอภิชัย อภิชโย อาจารย์ใหญ่ฝ่ายบาลีได้ออกมาต้อนรับ พร้อมให้ลูกศิษย์ทำน้ำชา-กาแฟถวาย ด้วยไมตรีจิตที่มีต่อกัน จำได้ว่าเจอกันครั้งสุดท้ายที่เมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดียหลายปีก่อน พวกเราเลือกสถานที่สนทนากันภายใต้ร่มไม้ และบริเวณรอบๆ ก็เต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับที่ท่านบรรจงจัดสรรไว้ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ทำให้เกิดความรื่นเริงบันเทิงใจ

ในขณะที่จิบน้ำชาสนทนากันนั้น ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่า รอบๆกุฏินอกจากจะเป็นรมนียสถานของคนแล้ว ยังเป็นที่สนใจของประดาสัตว์ทั้งหลายด้วย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าผีเสื้อแสนสวย กระรอกจอมซน พวกปักษีทั้งหลาย รวมถึงสัตว์อื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ทำให้นึกย้อนกลับมามองที่ชีวิตของคนทั้งหลายในโลกนี้เปรียบกับการตกแต่งสวนให้สวยงามที่ทำให้สัตว์น้อยใหญ่พากันสนใจแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนตลอดเวลา

ตามคำบอกเล่าของท่าน การแต่งสวนรอบกุฏินั้นใช้กำลังทรัพย์ กำลังคน กำลังความคิดมาก และใช้เวลานานในการตกแต่งกว่าจะออกมาสวยงาม ตอนเย็นๆ เราจะเห็นภาพคุ้นตาที่สามเณรรุ่นต่างๆ มาอ่านหนังสือ ท่องหนังสือ ถ้าเปรียบชีวิตกับสวน ชีวิตคนๆ หนึ่งก็เหมือนสวนหรือพื้นดินผืนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับเราที่เป็นเจ้าของว่าจะตกแต่งอย่างไร จะปลูกต้นไม้ ดอกไม้อะไร หรือจะปล่อยให้วัชพืชขึ้น ถ้าเรารู้จักตกแต่งชีวิตของเราให้งดงาม ด้วยการปลูกสิ่งที่ดีงามลงไป หมั่นดูแลรดน้ำพรวนดิน และถอนวัชพืชที่ไม่ดีออกจากสวนคือชีวิต ความเจริญเติบโตของความดี และความงามจะทำให้ชีวิตของผู้นั้นเป็นประโยชน์ต่อสังคมโลก มีคำสุภาษิตฝรั่งว่า

Your mind is a Garden

Your Thoughts are the seeds,

You can grow flowers or

You can grow weeds.

แปลเป็นภาษากลอนว่า

ถ้าเปรียบใจ ทุกคน เฉกเช่นสวน

ความคิดล้วน คือเมล็ด ที่เผล็ดผล

ปลูกดอกไม้ หรือวัชพืช ในสวนตน

อยู่ที่คน ทุกคน เลือกปลูกเองฯ

ถ้าเราเป็นเจ้าของสวนจะแต่งสวนคือชีวิตอย่างไรให้สวยงาม ร่มรื่น นี้คือคำถามที่ท้าทายชาวโลก แต่ชาวพุทธมีโชคมหาศาลที่มีหลักในการดำเนินชีวิตหรือตกแต่งชีวิตที่พระพุทธเจ้าทรงประทานไว้ให้ เราสามารถแบ่งออกสวนชีวิตออกเป็น 3 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1 ประดับตกแต่งด้วยต้นไม้คือศีล ต้นไม้จะให้ออกซิเจนและร่มเงา ทำให้สวนของเราร่มรื่นน่าอยู่ ต้นไม้คือศีลเมื่อเรานำมาแต่งสวนชีวิตจะทำให้เรามีพฤติกรรมที่ดี ไม่เบียดเบียน เบียดบังคนอื่นทางด้านชีวิต ทรัพย์สิน ครอบครัว แม้กระทั่งด้วยวาจา รวมถึงไม่เบียดเบียนสุขภาพตนเอง ชีวิตจะร่มรื่นน่าอยู่ คนที่เข้ามาในสวนของเราจะปลอดภัยไร้กังวล เราควรแต่งชีวิตด้วยการฝึกหัดกายวาจาด้วยศีล 5

ส่วนที่ 2 ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้คือสมาธิ ดอกไม้ให้ความสดชื่นและสวยงามเวลาที่เรามอง ชีวิตของเราจะสดชื่นถ้าเราแต่งด้วยสมาธิ เพราะสมาธิจะทำให้จิตใจของเราสงบ ตั้งมั่น สดชื่น และมีพลังในการประกอบการงานให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เราควรแต่งใจของเราให้สงบด้วยการหมั่นทำสมาธิอย่างน้อยวันละ 5-10 นาที

ส่วนที่ 3 ประดับตกแต่งด้วยน้ำคือปัญญา ในสวนของเราควรจะมีส่วนหนึ่งที่ขุดสระ หรือทำน้ำพุ เพราะน้ำจะดับความร้อนระอุ ทำให้เย็นสบาย โปร่งโล่ง ปัญญาคือการรู้เท่าทันความเป็นจริงจะทำให้ชีวิตของเราเบาสบาย ไม่ยึดติด ปฏิบัติต่อสิ่งต่างๆ ด้วยความรู้ความเข้าใจ

สวนคือชีวิตของเรา ถ้าออกแบบและแต่งให้ดี จะเป็นสวนที่สวยงามเป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นอย่างแท้จริง มิเสียทีที่ได้เกิดมาชาติหนึ่ง

Created By
ปิยเมธี วัดป่าธรรมรัตน์ พิทส์เบิร์ก
Appreciate

Credits:

ขอบคุณภาพจาก Marissa Ciampi

Made with Adobe Slate

Make your words and images move.

Get Slate

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.