จริยธรรมในการสื่อสารเพื่อโน้มน้าวใจ

จริยธรรมในการสื่อสารโน้มน้าวใจ เป็นสิ่งที่นักประชาสัมพันธ์หรือนักสื่อสารโน้มน้าวใจทุกคนที่พึงต้องระวังและระลึกถึงโดยสามารถแบ่งเป็นข้อคำนึงด้านจริยธรรมใหญ่ๆ เป็น 3 ข้อด้วยกัน

1. การโน้มน้าวใจด้วยวิธีการโฆษณาชวนเชื่อ PROPAGANDA ความแตกต่างระหว่างการโน้มน้าวใจกับการโฆษณาชวนเชื่อคือ การใช้กระบวนการและวิธีการโน้มน้าวใจ

1.1) การพูดคลุมไปหมด ไม่มีหลักฐานสนับสนุน

1.2) การพูดใส่ร้าย หรือ คำต้องห้าม

1.3) การเสนอสารเพียงประโยชน์ของตน

1.4) การยกอ้างจากผู้มีชื่อเสียงโดยไม่มีข้อสนับสนุน

1.5) ทำตัวเข้ากับประชาชน

1.6) ลงเรือลำเดียวกัน

1.7) การก่อความรู้สึกเชื่อมโยง

2. การหลอกลวงเกี่ยวกับหลักฐาน

การหลอกลวงเกี่ยวกับหลักบาน คือ การสร้างหลักฐานปลอมขึ้น เพื่อใช้สนับสนุนการสื่อสารเพื่อโน้มน้าวใจของตนเอง เป็นเจตนาที่ล่อลวงให้ผู้รับสารหลงเชื่อ

3. สื่อสารโดยผิดศีลธรรม

3.1) การบูชาเหตุผลจนไร้เหตุผล

3.2) การโน้มน้าวใจโดยบีบบังคับทางจิตใจหรือกระทำ

3.3) การหลีกเลี่ยงด้วยการโกหกไปเรื่อยๆ

3.4) ไม่รับผิดชอบในคำพูด

การเร้าอารมณ์ในการโน้มน้าวใจกับการผิดศีลธรรม การเร้าอารมณ์ของผู้รับสารนั้นต้องคำนึงว่าเมื่อโน้มน้าวแล้วควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดพฤติกรรมดังนี้

1. จะเป็นผู้ที่ควบคุมตนเองไม่ได้

2. ไม่ได้ใช้ความคิดของตนเต็มที่เพราะถูกครอบงำในความคิดเห็น

3. อารมณ์ที่เกิดจากการเร้านี้จะไม่หายไปง่ายๆ

4. เกิดอารมณ์รุนแรง

5. ไม่เป็นผลดีต่อส่วนรวม

ตัวอย่างโฆษณาประชาสัมพันธ์ของบริษัทประกันชีวิต ที่เคยถูกวิจารณ์จากนักวิชาการทางนิเทศศาสตร์ว่า มีความหมิ่นเหม่ต่อความผิดทางจริยธรรมของการสื่อสารชักจูงใจ นักศึกษาลองชมคลิปดังกล่าวแล้วตอบกับตนเองว่าผิดอย่างไร ก่อนอ่านเฉลย

จากการศึกษาเรื่องจริยธรรมและการเร้าอารมณ์ในการสื่อสารเพื่อโน้มน้าวชักจูงใจนี้ พบว่ามีความผิดในข้อจริยธรรม คือ การสื่อสารเพียงประโยชน์ของตนบริษัทประกันเอง โดยไม่ได้ให้อะไรแก่กลุ่มสังคมหรือกลุ่มเด็กๆ นักแสดงนอกจากค่าจ้างโฆษณา ในมุมมองนี้ถูกมองว่านำเด็กๆ ที่ด้อยโอกาส เด็กที่มีความพิการทางร่างกาย มาหาประโยชน์เพื่อองค์กรของตนเอง

และในความไม่ถูกต้องของการเร้าอารมณ์นั้น ได้ก่อให้เกิดข้อไม่ควรข้อสุดทาย คือ การโน้มน้าวชักจูงใจดังกล่าวไม่ส่งผลประโยชน์ใดต่อผู้รับสาร นอกจากบริษัทประกันเอง

ปัจจุบันการสื่อสารการโน้มน้าวใจที่มีลักษณะความผิดตามจริยธรรมพบกันได้บ่อยจากสื่อ Social Media ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Hate Speech หรือ การนำเสนอภาพที่หลอกลวงแก่ผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของตนเอง การจะไม่เป็นผู้ตกเป็นเหยื่อถูกโน้มน้าวใจไปในทางที่ผิด คงมีเพียงแต่ต้องรู้เท่าทันการโน้มน้าวใจของผุู้สื่อสารมาเท่านั้น

หากนักศึกษาสนใจที่จะศึกษาเรื่อง hate speech สามารถเข้าอ่านบทความที่ลิงก์ด้านล่างเพิ่มเติมได้

http://thaipublica.org/2015/12/varakorn-140/

โดยสรุป จะพบว่า นอกจากหลักจริยธรรมที่ต้องคำนึงถึงแล้ว ยังต้องใส่ใจและรับผิดชอบกับการเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเร้าอารมณ์ของผุ้รับสารหรือผู้ที่ถูกจูงใจด้วย ดังนั้น ในการเป็นผู้โน้มน้าวชักจูงใจเป็นอาชีพ หรือ นักประชาสัมพันธ์ จะต้องสามารถคาดการณ์ถึงอนาคตจากพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่จะตามมาได้ จะอ้างว่าไม่รู้มิได้ และต้องทบทวนดูขอบเขตความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ว่าตนเองหรือองค์กรสามารถรับผิดชอบได้หรือไม่

-- End --

Created By
natthasith Siripunyathanakij
Appreciate

Made with Adobe Slate

Make your words and images move.

Get Slate

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.