Nakorn Pathom

องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานอันสำคัญของประเทศไทย อยู่ภายในวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร มีประวัติความเป็นมายาวนาน เชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระโคตมพุทธเจ้าองค์พระปฐมเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ใหญ่ รูป ระฆังคว่ำ ปากผายมหึมา โครงสร้างเป็นไม้ซุง รัดด้วยโซ่เส้นมหึมาก่ออิฐ ถือปูน ประดับด้วยกระเบื้องปูทับ ประกอบด้วยวิหาร 4 ทิศ กำแพงแก้ว 2 ชั้น ถือเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุด เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยอีกด้วย เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า เป็นที่เคารพสักการบูชาของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ทางวัดกำหนดให้มีงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึง วันแรม 5 ค่ำ เดือน 12 รวม 9 วัน 9 คืน เป็น ประจำทุกปีพระปฐมเจดีย์ หรือเดิมเรียกว่า พระธมเจดีย์ มีฐานะเป็นมหาธาตุหลวง ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชวินิจฉัยว่า พระธมเจดีย์องค์นี้อาจเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเมื่อคราวที่พระสมณทูตในพระเจ้าอโศกมหาราชเดินทางมาเผยแผ่ศาสนายังสุวรรณภูมิก็เป็นได้ เพราะพระเจดีย์เดิมมีลักษณะทรงโอคว่ำหรือทรงมะนาวผ่าซีกแบบเดียวกับพระสถูปสาญจี แต่ปรากฏว่ามียอดเป็นแบบปรางค์ ซึ่งพระองค์ฯ มีพระราชวินิจฉัยว่า อาจมีเจ้านายพระองค์ใดมาบูรณะไว้ก็เป็นได้ ซึ่งตรงกับความในศิลาจารึกหลักที่ 2 (ศิลาจารึกวัดศรีชุม) ของพระมหาเถรศรีศรัทธา อันได้กล่าวไว้ว่า พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ท่านทรงได้แวะมาบูรณะพระธมเจดีย์องค์นี้ ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับ เมืองราด เมื่อคราวที่ท่านเสด็จกลับจากศึกษาศาสนาพุทธในประเทศศรีลังกา ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานนามใหม่ว่าพระปฐมเจดีย์ในเรื่องนี้ นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีบางท่าน ได้ระบุว่า พระปฐมเจดีย์ไม่ได้เป็นเจดีย์ที่เก่าที่สุดของสุวรรณภูมิ แต่เป็น พระมหาธาตุหลวง ในยุคทวารวดี มากกว่า เนื่องด้วยเหตุผลประกอบหลายประการ โดยเฉพาะ การค้นพบเจดีย์ ที่มีอายุเก่าแก่กว่าพระธมเจดีย์ และหลักฐานลายลักษณ์อักษร ที่ระบุว่า " พระเจดีย์องค์นี้ เดิม ขอมเรียก พระธม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นชาวขอมจริงๆ หรือชาวลวรัฐ ซึ่งสมัยนั้นเราก็เรียกว่าขอม เช่น ขอมสบาดโขลญลำพง คำว่า ธม สำหรับ ชาวขอม นั้น แปลว่า ใหญ่ ตรงกับคำเมืองว่า หลวง ซึ่งเราก็เรียกพระนครธม ว่า พระนครหลวง ด้วยเหตุผลเดียวกันนอกจากนี้พระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว บรรจุที่ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม และฐานพระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร ตามที่มีพระบรมราชโองการสั่งไว้ในพระราชพินัยกรรม ต่อมา ในพุทธศักราช 2529 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระสรีรางคารพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ 6 ไปบรรจุไว้เคียงข้างพระบรมราชสรีรางคารรัชกาลที่ 6 ที่ใต้ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ ต่อมาใน พ.ศ. 2555 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระสรีรางคารสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ไปบรรจุไว้เคียงข้างพระบรมราชสรีรางคารรัชกาลที่ 6 และพระสรีรางคารพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ที่ใต้ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์
พระร่วงโรจนฤทธิ์ ปี พ.ศ. 2451 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จประพาสหัวเมืองเหนือ ได้ทอดพระเนตรพระพุทธรูปโบราณเป็นอันมาก แต่มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ศรีสัชนาลัย (จังหวัดสุโขทัย) กอปรด้วยพระลักษณะงามเป็นที่ต้องพระราชหฤทัย แต่ชำรุดมากเหลืออยู่แต่พระเศียร พระหัตถ์และพระบาท จึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญลงมากรุงเทพฯ แล้วให้ช่างปั้นสถาปนาขึ้นมาบริบูรณ์เต็มพระองค์ และโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีเททองหล่อขึ้นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2456 ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร พระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาของ พุทธศาสนิกชนชาวไทยทั่วไป ชื่อเต็มก็คือ พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร ตามประกาศกระแสพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2466 แต่ประชาชนทั่วไป จะเรียกว่า หลวงพ่อพระร่วง หรือ พระร่วงโรจนฤทธิ์ พระร่วงโรจนฤทธิ์ มีขนาดความสูงวัดจากพระบาทถึงพระเกศ 7.42 เมตร หรือราว 12 ศอก 4 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ศิลปะแบบสุโขทัย ประทับยืนอยู่บนฐาน โลหะทองเหลืองลายบัวคว่ำบัวหงาย ทำวงพระพักตร์ตามยาว พระหนุเสี้ยมนิ้วพระหัตถ์ และพระบาทไม่เสมอกัน ห้อยพระหัตถ์ซ้ายลงข้างพระวรกาย แบฝ่าพระหัตถ์ขวายกตั้งขึ้น ยื่นออกไปข้างหน้าระดับพระอุระ เป็นกิริยาห้าม มีพระอุทรพลุ้ยออกมา ห่มจีวรบางคลุม แนบติดพระวรกาย บ่ายพระพักตร์สู่ทิศเหนือ ทำด้วยโลหะทองเหลือง หนัก 100 หาบ การอัญเชิญพระร่วงโรจนฤทธิ์ เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2457 จำเป็นต้องแยกชิ้นมาและมาประกอบเข้าด้วย กันที่จังหวัดนครปฐมแล้วเสร็จเป็นองค์สมบูรณ์ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 หลังจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคตแล้วตามความในพระราชพินัยกรรมของพระองค์ระบุว่าให้ บรรจุพระบรมราชสรีรางคารของพระองค์ไว้ใต้ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ ที่องค์พระ ปฐมเจดีย์ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2469 จึงได้ทำพิธีบรรจุ พระบรมราชสรีรังคาร ณ ใต้ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ ตามพระประสงค์ทุกประการ ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 หลังจากการพระราชทานเพลิงพระศพพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าให้อัญเชิญพระสรีรางคาร มาประดิษฐานไว้เคียงข้างพระบรมราชสรีรางคารของพระสวามี และในปี พ.ศ. 2555 หลังจากพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าให้อัญเชิญพระสรีรางคาร มาประดิษฐานไว้เคียงข้างพระบรมราชสรีรางคารของพระชนกนาถ และ พระสรีรางคารของพระชนนี ถึงในพระราชพินัยกรรมให้บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร ไว้ใต้ฐานของพระร่วงโรจนฤทธิ์ แต่ในเวลาจริงแล้วพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ประดิษฐานไว้ที่ผนังด้านหลังพระร่วงโรจนฤทธิ์ และยังปรากฏโต๊ะหมู่บูชา เครื่องราชสักการะในห้องพระประสูติ

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐม

พระราชวังสนามจันทร์ ตั้งอยู่ในตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ห่างจากวัดองค์พระปฐมเจดีย์ประมาณ 2 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 888 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากพระองค์สวรรคต พระราชวังสนามจันทร์ใช้เป็นที่ทำการของส่วนราชการต่าง ๆ ของจังหวัดนครปฐม รวมทั้ง เป็นวิทยาเขตหนึ่งของมหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบัน พระราชวังสนามจันทร์อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักพระราชวัง
พุทธมณฑล เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา อยู่ใน ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม มีเนื้อที่ 2,500 ไร่ สร้างขึ้นเพื่อฉลองวาระกึ่งพุทธกาล เมื่อ พ.ศ. 2500มีพระพุทธรูปปางลีลาประจำพุทธมณฑล เรียกว่า พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ออกแบบโดย ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรีพระพุทธรูปนี้มีความโดดเด่นทางผ้าจีวรที่พลิ้วเหมือนจริง (พระพุทธรูปนี้สร้างเสร็จและฉลอง เมื่อ พ.ศ. 2525 คราวสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี) พุทธมณฑลในปัจจุบันนอกจากจะเป็นศูนย์รวมการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและจัดประเพณีกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปพักผ่อนได้อีกด้วย
ตลาดน้ำวัดลำพญาเป็นตลาดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรี(แม่น้ำท่าจีน)อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักใช้เวลาเดินทางประมาณ30-40นาทีก็ถึงแล้ว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับผู้ที่นิยมชื่นชมกับบรรยากาศธรรมชาติริมน้ำ รวมทั้งปลานานาชนิดนับแสนตัวแหวกว่ายรอนักท่องเที่ยวดินทางมาสัมผัส ตลอดเส้นทางเมื่อท่านเดินทางเข้าสู่เขตอำเภอบางเลน ท่านจะได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในย่านนี้ได้เป็นอย่างดี จากสองฝั่งถนนเป็นทุ่งนา ไร่ สวนที่เรียงรายสลับกันไป บ่งบอกถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในระแวกนี้ ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตรปลูกพืชผักผลไม้ เมื่อเดินทางถึงตลาดน้ำวัดลำพญาความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่สัมผัสได้นอกจากบรรยากาศของต้นไม้น้อยใหญ่ที่ให้ความร่มเย็นแล้วยังมีรอยยิ้มของผู้คนที่เดินผ่านไปมาและบรรยากาศการค้าขายที่คึกคักเป็นกันเองของแม่ค้าจำนวนมากที่ตั้งอยู่บริเวณริมเขื่อนชายแม่น้ำและในแพทางเดินตลอดริมแม่น้ำหน้าวัดลำพญา
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เกิดจากแรงบันดาลใจของผู้สร้างสรรค์กลุ่มหนึ่งนำโดย อาจารย์ดวงแก้วพิทยากร ศิลป์ ที่สนใจการสร้างหุ่นขี้ผึ้ง และศึกษาค้นคว้าทดลองเป็นเวลานานกว่า 10 ปี จึงประสบความสำเร็จ สามารถสร้างหุ่น ขี้ผึ้งยุคใหม่จากไฟเบอร์กลาสที่มีความคงทน ประณีต งดงาม เหมือนคนจริงที่สุด จนคณะผู้ร่วมงานเห็นสมควรที่ จะสนับสนุนให้ก้าวหน้าต่อไป เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติและศิลปินไทย จึงเริ่มโครงการก่อตั้งพิพิธ ภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ไทยในปี พ.ศ. 2525 สำหรับเป็นสถานที่สร้างและจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส เพื่อการ อนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไทย อันจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชน โดยปัจจุบันมีหุ่นไฟเบอร์กลาสทั้งหมด 120 รูปอาคารพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนี้เป็นอาคารสองชั้น โดยมีการจัด แสดง ด้วยกันสองชั้นคือ ชั้นล่าง จัดแสดงหุ่นชุดต่างๆ เช่น ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงค์จักรี, พระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, ชุดพระอริยสงฆ์, ชุดมุมหนึ่งของชีวิต เป็นต้น
พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก ตั้งอยู่ที่ ตำบลไทยาวาส อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมของสะสม เกี่ยวกับงานศิลปะและงานออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนกฮูกของรศ.ปรีชา ปั้นกล่ำ อาจารย์คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งมีทั้งของสะสมที่มาจากภายในประเทศไทย ประเทศในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ซึ่งของทั้งหมดเป็นของ ที่มีคุณค่าทางจิตใจที่รังสรรค์ ออกมาเป็นศิลปะได้อย่างลงตัว ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงออกเป็น 7 ส่วนตามวัสดุที่ใช้ใน การสร้างสรรค์ผลงาน ดังนี้ นกฮูกเครื่องประดับ ที่มีทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล ที่ล้วนแต่ใช้ความน่ารักของนกฮูกมาแต่งเติมสีสันให้สวยงาม กลายเป็นเครื่องประดับที่น่าใส่ประดับติดตัว นกฮูกเรซิ่น มีเรซิ่นรูปนกฮูกหลายแบบหลายสไตล์ มีทั้งมาเดี่ยว มาคู่และมาเป็นกลุ่ม วางโชว์ไว้อวดความสวยและน่ารัก นกฮูกไม้ เป็นนกฮูกที่แกะสลักไม้ให้กลายเป็นรูปร่างนกฮูกที่มีอิริยาบถและหน้าตาที่ต่างกัน นกฮูกผ้าและหนัง มีทั้งตุ๊กตานกฮูก กระเป๋าสะพายนกฮูก พวงกุญแจนกฮูก ไปจนถึงนกฮูกนำโชคของชาวญี่ปุ่นที่มีความเชื่อกันว่า หากพกนกฮูกติดตัวไว้หรือตั้งนกฮูกไว้ในบ้าน จะช่วยให้ครอบครัวกินดีอยู่ดี ไม่ลำบาก และจะพบแต่ความโชคดี นกฮูกเครื่องปั้นดินเผา มีทั้งแบบที่เป็นสีดินเผาไม่เคลือบ และแบบที่ตกแต่งสีสันสวนงามและนำไปเคลือบเรียบร้อยแล้ว นกฮูกโลหะและแก้ว ที่โดดเด่นต้องยกให้ฮูก Transformer นกฮูกกระดาษ รวบรวมหนังสือนกฮูกน่ารักๆ สำหรับเด็กๆ นกฮูกสอนภาษา นิทานนกฮูกและยังมีว่าวรูปนกฮูกจากอินโดนีเซียที่ดูสวยแปลกตา
วู้ดแลนด์เมืองไม้ (Woodland Muangmai) สถานที่ท่องเที่ยวในนครปฐม ท่องเที่ยวหากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ดูเหมือนว่า วู้ดแลนด์ เมืองไม้ แฟนตาซี ก็ควรเป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน และที่สำคัญก็คือเป็นที่เที่ยวใกล้เมืองกรุงฯ ที่ใช้เวลาในการเดินทางไมานานเลยสักนิด ดินแดนมหัศจรรย์แห่งไม้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ผู้เข้าชมจะได้พบกับงานไม้แกะสลัก และไม้สวยงามตามธรรมชาติ ที่มาจากงานสะสมส่วนตัวที่มากที่สุดในประเทศ โดยจัดแสดงผสมภาพ สีและเสียง ให้ผู้เข้าชมเดินทางไปกับปู่สัก ซึ่งเป็นมนุษย์ต้นไม้ ที่เป็นผู้เล่า นิทานเมืองไม้ เป็นเรื่องราวการผจญภัยของชาวเมืองไม้เพื่อเข้าสู่อาณาจักรของผู้สร้างจักรวาลได้
ตลาดบางหลวงร.ศ. 122 ห่างจากตัวอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ไปประมาณ10กว่ากิโลเมตร เป็นตลาดเก่าแก่ที่มี อายุมากกว่า 100 ปี ที่อนุรักษ์ความดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ลักษณะจะเป็นบ้านเก่าเหล่าเต็งไม้ที่มีมาตั้งแต่ ร.ศ.122 ที่ปัจจุบันแม้ว่าจะมี ความเจริญ เข้ามาสู่ตลาดและชุมชนบ้าง แต่ที่นี่ก็ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศโบราณ ที่ใครได้มีโอกาสมาเดินเที่ยวชม หรือสัมผัส บรรยากาศ ก็จะไม่ลืมเลือนเลยทีเดียวทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลาดบางหลวง แห่งนี้จะเห็นได้ว่าผู้คนที่นี่คึกคักและคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาเดินเที่ยวชม จับจ่ายซื้อของกัน ตลอดทั้งวันด้วยตลาดบางหลวงเป็นตลาดเก่าแก่ของชุมชมชาวไทยและชาวจีน โดยเริ่มจากชาวจีนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ที่บางหลวงซึ่งเริ่มมีการก่อตั้งชุมชนบางหลวงมาตั้งแต่ประมาณ ร.ศ. 122 อยู่ริมน้ำแม่น้ำท่าจีน ด้านฝั่งตะวันออก (หรือแม่น้ำ สุพรรณบุรี) ปัจจุบันบ้านเรือนที่อยู่อาศัยจะเป็นบ้านไม้สองชั้นหันหน้าเข้าหากันซึ่งมีอายุแก่ไม่น้อยกว่า 100 ปี ตัวตลาดเป็น สถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่5 ส่วนสภาพตลาดจะเป็นห้องแถวไม้สองชั้นมีห้องจำนวน 130 ห้อง ปัจจุบันยังคงสภาพที่สวยงามและ เก่าแก่ไว้อย่างสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นร้านยาจีนที่โด่งดัง ได้แก่ ร้านอ่วยแซโอสถ ร้านมินแซ่ฮึง ร้านทำฟันปลอมโบราณ ร้านทำทองแซ่ฮั้ว ร้านบัดกรี-โลหะร้านตีเหล็ก และร้านทำเส้นก๋วยเตี๋ยว ก็ยังคงให้ บริการจนถึงขณะนี้รวมทั้ง รูปแบบวิถีชีวิตที่ เรียบง่าย ของผู้คนชนบทตลอดจนประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ได้ผสมกลมกลืนระหว่าง วัฒนธรรมไทยจีนที่สืบทอดตลอดมา จึงทำให้ตลาดบางหลวง เป็นแหล่งท่องเที่ยวตลาดโบราณแห่งใหม่ของชาวจังหวัดนครปฐม นอกจากความงดงามทางสถาปัตยกรรม และบรรยากาศธรรมชาติ ที่รวมเข้ากับความเป็นตลาดเก่าของตลาดบางหลวงแล้ว ตลาดบางหลวง จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หาดูได้ยากในปัจจุบันภายในตลาดบางหลวงบริเวณริมแม่น้ำท่าจีน ยังมีบริการล่องเรือ ชมวิถีความเป็นอยู่ของชาวไทยเชื้อสายจีนสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน พร้อมทั้งได้กราบสักการะบูชาศาลอาม่าและศาลเจ้าแม่ทับทิมซึ่ง เป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยเชื้อสายจีนซึ่งเป็นสถานที่มีการค้นพบกะโหลกช้างและกะโหลกจระเข้ ใครที่เดินทางมาเที่ยวที่นี่ ยังจะได้เข้าเยี่ยมชมโรงเจบ้วนฮกตึ้งที่มีอายุกว่า 110ปี เป็นที่เคารพนับถือของชาวไทยเชื้อสายจีน ต้นกำเนิดประเพณีแห่ธงฉลอง ตรุษจีน ก่อนเข้าสู่บ้านเก่าเล่าเรื่อง กำเนิดบ้านเก่าเหล่าเต๊งไม้ ซึ่งเป็นแหล่งศึกษาข้อมูลความเป็นมาของตลาด100 ปี บางหลวง และ ถ้าเดินเที่ยวชม หรือจับจ่ายซื้อของกันจนเหนื่อยแล้วก็ยังแวะพักที่แพริมน้ำซึ่ง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับนักท่องเที่ยว ก่อนเดินทางกลับที่สามารถนำอาหารลงมารับประทานได้พร้อมชื่นชมฝูงปลาตะเพียนทองที่แหวกว่ายไปมาในแม่น้ำท่าจีนอย่างรื่นรมย์ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลาดบางหลวงแห่งนี้จะเห็นได้ว่าผู้คนที่นี่คึกคักและคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาเดินเที่ยว ชมจับจ่ายซื้อของกัน ตลอด ทั้งวันด้วยตลาดบางหลวงเป็นตลาดเก่าแก่ของชุมชมชาวไทยและชาวจีน โดยเริ่มจากชาวจีนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ที่บางหลวงซึ่งเริ่มมีการก่อตั้งชุมชนบางหลวงมาตั้งแต่ประมาณ ร.ศ. 122 อยู่ริมน้ำแม่น้ำท่าจีน ด้านฝั่งตะวันออก (หรือแม่น้ำ สุพรรณบุรี) ปัจจุบันบ้านเรือนที่อยู่อาศัยจะเป็นบ้านไม้สองชั้นหันหน้าเข้าหากันซึ่งมีอายุแก่ไม่น้อยกว่า 100 ปี ตัวตลาดเป็น สถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่5 ส่วนสภาพตลาดจะเป็นห้องแถวไม้สองชั้นมีห้องจำนวน 130 ห้อง ปัจจุบันยังคงสภาพที่สวยงาม และเก่าแก่ไว้อย่างสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นร้านยาจีนที่โด่งดัง ได้แก่ ร้านอ่วยแซโอสถ ร้านมินแซ่ฮึง ร้านทำฟันปลอมโบราณร้านทำ ทองแซ่ฮั้ว ร้านบัดกรี-โลหะร้านตีเหล็ก และร้านทำเส้นก๋วยเตี๋ยว ก็ยังคงให้ บริการจนถึงขณะนี้รวมทั้งรูปแบบวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ของผู้คนชนบท ตลอดจนประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ได้ผสมกลมกลืนระหว่างวัฒนธรรมไทย จีนที่สืบทอดตลอดมาจึงทำให้ ตลาดบางหลวง เป็นแหล่งท่องเที่ยวตลาดโบราณแห่งใหม่ของชาวจังหวัดนครปฐม ตลาดบางหลวงร.ศ. 122 ได้รับสมญานามว่า“ดินแดนแห่งขนมหวานอาหารอร่อย”เนื่องจากมีอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ ชาวบางหลวง รสชาติอร่อยอาทิ ชุนเปี๊ยะทอดแผ่นแป้งปอเปี๊ยะที่ทำเองสดใหม่ทุกๆ วันก๋วยจั๊บน้ำใส หมูต้มฉีกใส่“คาเซา” สูตรเฉพาะร้านข้าวเกรียบปากหม้อแป้งเหนียวนุ่ม ไส้5 อย่าง ประกอบด้วย ไส้หวาน หน่อไม้ กุยช่าย ผักกระเฉด ถั่วฝักยาวและยังมี เป็ดพะโล้เนื้อนุ่มรสดีสูตรจากเมืองจีนขนมจีบแป้งเหนียวนุ่ม มีไส้หน่อไม้ผักกุยช่ายกุ้งแห้ง และกาแฟโบราณ มรดกตกทอดกว่า ร้อยปี รสชาติกลมกล่อมหอมละมุนส่วนขนมไทย ประกอบด้วย ขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุนใหม่สดเสมอ รสนุ่มอร่อย และยังมีก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น;เด่นตรงน้ำซุปที่ปรุงได้ที่ด้วยเครื่องเทศตามสูตรเฉพาะหมูสะเต๊ะพร้อมน้ำจิ้มเลิศรส สูตรอาม่าดั้งเดิม ตลาดบางหลวงร.ศ. 122 เปิดตลาดทุกวันเสาร์อาทิตย์เวลา09.00–17.00 น.

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐมยังมีอีกเยอะอยากให้ทุกคนได้มาเที่ยวกันนะคะ

Made with Adobe Slate

Make your words and images move.

Get Slate

Report Abuse

If you feel that this video content violates the Adobe Terms of Use, you may report this content by filling out this quick form.

To report a Copyright Violation, please follow Section 17 in the Terms of Use.